
จนท.ยูเอ็นชี้เหตุถล่มค่ายผู้ลี้ภัยซีเรียอาจถือได้ว่าเป็น “การก่ออาชญากรรมสงคราม”
นายสตีเฟน โอไบรเอ็น หัวหน้ากิจการด้านมนุษยธรรมของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ระบุว่า เหตุโจมตีทางอากาศที่ถล่มค่ายผู้ลี้ภัยชาวซีเรียใกล้กับพรมแดนตุรกีและทำให้มีผู้เสียชีวิตไปอย่างน้อย 28 คนเมื่อวานนี้ (5 พ.ค.) อาจถือได้ว่าเป็นการก่ออาชญากรรมสงคราม พร้อมกับเรียกร้องให้มีการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เหตุถล่มค่ายผู้ลี้ภัยคามูนา ใกล้กับเมืองซาร์มาดา ในจังหวัดอิดลิบ ทางตอนเหนือของซีเรีย ซึ่งอยู่ห่างจากพรมแดนของตุรกี 10 กม. ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 28 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้หญิงและเด็กรวมอยู่ด้วย และมีผู้บาดเจ็บอีกกว่า 50 คน
ข่าวระบุว่า การโจมตีค่ายผู้ลี้ภัยซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ยึดครองของฝ่ายกบฏครั้งนี้เป็นฝีมือของเครื่องบินกองทัพซีเรียและรัสเซีย ด้านสหรัฐฯและสหราชอาณาจักรได้ประณามเหตุโจมตีดังกล่าว
เหตุนองเลือดครั้งนี้เกิดขึ้นเพียง 1 วันหลังมีการยืนยันเรื่องที่รัฐบาลซีเรียและกลุ่มกบฏที่ไม่ใช่นักรบจีฮัดบรรลุข้อตกลงขยายระยะเวลาหยุดยิงในพื้นที่รอบเมืองอเลปโปออกไปอีกอย่างน้อย 48 ชั่วโมง โดยเริ่มจากช่วงเช้าวานนี้ หลังถูกกดดันจากสหรัฐฯและรัสเซีย
แต่กลุ่มสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนซีเรียรายงานว่า มีการสู้รบรุนแรงขึ้นระหว่างกองทัพซีเรียกับกลุ่มนักรบจีฮัดในเครือของกลุ่มอัลไคด้าบริเวณใกล้กับเมืองอเลปโป ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตไปกว่า 70 คน
ทั้งนี้ ข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศซีเรียซึ่งมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่เดือน ก.พ. อยู่ในสภาพง่อนแง่นโดยเฉพาะพื้นที่โดยรอบเมืองอเลปโป ซึ่งการสู้รบที่ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วประมาณ 300 คน ด้านยูเอ็นเตือนว่าหากข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศล้มเหลวก็จะก่อให้เกิดความหายนะ และอาจทำให้ชาวซีเรียอีกกว่า 400,000 คนหลบหนีและมุ่งหน้าสู่พรมแดนที่ติดกับตุรกี#Syria #RefugeeCamp #AirStrike
แสดงความคิดเห็น