แจ็ก หม่า เป็นเจ้าพ่อสื่อหรือ “รูเพิร์ต เมอร์ด็อก” แห่งเมืองจีนจริงหรือ?
นายแจ็ก หม่า นักธุรกิจชาวจีนผู้ก่อตั้งกลุ่มธุรกิจอีคอมเมิร์ซชื่อดัง “อาลีบาบา” กำลังสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับธุรกิจสื่อสารมวลชนในจีนอย่างไม่เคยมีมาก่อน ด้วยการเข้าไปลงทุนในธุรกิจสื่อหลายแขนง ส่งผลให้เขาถูกนำไปเปรียบเทียบกับนายรูเพิร์ต เมอร์ด็อก เจ้าพ่อสื่อสารมวลชนชื่อดังของโลกที่มีอาณาจักรสื่อตั้งแต่หนังสือพิมพ์เดอะซัน ในฝั่งอังกฤษไปจนถึงหนังสือพิมพ์เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล ในฝั่งอเมริกา
วินเซนต์ นี ผู้สื่อข่าวบีบีซี บอกว่า ความสามารถในด้านธุรกิจของนายหม่าเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในจีน การที่นายหม่าเริ่มรุกคืบเข้าไปลงทุนในธุรกิจสื่อสารมวลชนแขนงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ “เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์” หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษที่เก่าแก่ที่สุดของฮ่องกงเมื่อเดือน ธ.ค.ปีก่อน หรือข่าวล่าสุดที่เขากำลังพยายามเข้าซื้อหุ้นจำนวนหนึ่งของ “ไฉซิน” นิตยสารธุรกิจที่ทรงอิทธิพลของจีน ก็ถูกมองว่าเป็นความพยายามขยายอาณาจักรสื่อของเขา จนทำให้นายหม่าถูกยกให้เป็นเจ้าพ่อสื่อ “รูเพิร์ต เมอร์ด็อก ของเมืองจีน”
นับแต่ปี 2556 นายหม่า เข้าไปซื้อหุ้นจำนวนมากบ้างน้อยบ้างในธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อออนไลน์ต่างๆ อาทิ นิตยสารบิสเนสรีวิว, เว็บไซต์วิดีโอ “โหย่วคู่ถู่โต้ว” รวมทั้งไมโครบล็อกเวยปั๋ว ซึ่งเป็นโซเชียลมีเดียรายใหญ่ที่สุดในจีน และเมื่อปี 2557 นายหม่าได้ซื้อบริษัทภาพยนตร์ไชน่าวิชั่นมีเดีย (ปัจจุบันคือ อาลีบาบาพิคเจอร์ส) อีกทั้งยังทุ่มเงิน 382 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จนกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับ 2 ของบริษัทปักกิ่งเอ็นไลต์มีเดีย ผู้ผลิตภาพยนตร์ตลกยอดฮิตเรื่อง Lost in Thailand นอกจากธุรกิจในจีนแล้ว เมื่อปีก่อนนายหม่ายังได้เข้าไปลงทุนในบริษัทผู้ผลิตแอปพลิเคชั่น “สแนปแชท” และ “แทงโก้” ด้วย
อย่างไรก็ตาม หากเปรียบนายหม่าว่าคล้ายกับนายเมอร์ด็อก นักวิจารณ์หลายคนยังไม่เห็นด้วยนัก เพราะบุคคลทั้งสองยังมีความแตกต่างกันอยู่หลายประการ โดยนายดันแคน คลาร์ก เจ้าของหนังสือ Alibaba: The House that Jack Ma Built บอกว่า นายหม่าหันไปลงทุนในธุรกิจสื่อเพิ่มขึ้นก็จริงแต่ก็ยังไม่มากพอที่จะเรียกเขาว่า “เจ้าพ่อสื่อ” โดยที่ผ่านมานายหม่าพยายามขยับขยายอาลีบาบาจากการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซเพียงอย่างเดียวให้ครอบคลุมไปถึงธุรกิจสื่อสารมวลชนที่มีมูลค่าสูงกว่า
นายคลาร์กมองว่า การที่นายหม่าซื้อหนังสือพิมพ์เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ แสดงให้เห็นว่าเขาต้องการเข้าไปมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนจีนและเป็นกระบอกเสียงของประเทศในเวทีโลก ขณะเดียวกันธุรกิจสื่อยังช่วยให้ธุรกิจที่เขาทำอยู่มีความหลากหลายมากขึ้นกว่าธุรกิจขายสินค้าออนไลน์เพียงอย่างเดียว
เช่นเดียวกับนายเก่อ เจีย บล็อกเกอร์ด้านเทคโนโลยีชื่อดังชาวจีนที่บอกว่า ความแตกต่างระหว่างชายทั้งสองก็คือ นายเมอร์ด็อก ดำเนินธุรกิจในสภาพแวดล้อมที่สื่อมวลชนมีเสรีภาพในการทำงาน ขณะที่นายหม่าทำธุรกิจในสภาวะที่แตกต่างออกไป ด้วยเหตุนี้ เขาจึงต้องสร้างความสมดุลทางธุรกิจด้วยการปฏิบัติตามระเบียบที่เข้มงวดของทางการจีน ขณะเดียวกันก็คอยรับฟังเสียงลูกค้าและให้บริการที่ดี

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.