
เรื่องการโพสต์ไม่รับของ 17 แกนนำพรรคเพื่อไทย มีคนบอกว่าไม่ใช่การท้าทายอย่างเดียว แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณให้นักการเมืองเพื่อไทยทั้งหมด แกนนำมวลชนทั้งหมด ว่าพรรคไม่รับแน่นอนนะ
เพราะตอนนี้มีปัญหาว่า นักการเมืองส่วนหนึ่ง ก็เป็นอย่างเขาว่า คือแม่-อยากเลือกตั้งจนตัวสั่น อดอยากปากแห้งมานาน จะให้ไปผลักดันมวลชน หัวคะแนน ว่า "ไม่รับ" เสี่ยงอีกต่างหาก มันยิ่งไม่อยากทำ ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนก็ยังสับสน คิดว่า รับๆ ไปเหอะ คสช.จะได้ไปเสียที มีเลือกตั้งยังไงเพื่อไทยก็ชนะ พรรคไม่สามารถไล่เคลียร์ได้หมด จึงต้องปักธงให้เห็นก่อน
เพราะตอนนี้มีปัญหาว่า นักการเมืองส่วนหนึ่ง ก็เป็นอย่างเขาว่า คือแม่-อยากเลือกตั้งจนตัวสั่น อดอยากปากแห้งมานาน จะให้ไปผลักดันมวลชน หัวคะแนน ว่า "ไม่รับ" เสี่ยงอีกต่างหาก มันยิ่งไม่อยากทำ ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนก็ยังสับสน คิดว่า รับๆ ไปเหอะ คสช.จะได้ไปเสียที มีเลือกตั้งยังไงเพื่อไทยก็ชนะ พรรคไม่สามารถไล่เคลียร์ได้หมด จึงต้องปักธงให้เห็นก่อน
คือถ้านับคะแนนเลือกตั้งปี 54 ถ้าคะแนนที่เลือกเพื่อไทยยังเป็นเอกภาพ ก็ชนะแหง โดยยังไม่นับคะแนน NGO และเครือข่ายชาวบ้านที่เดือดร้อนอีกส่วนหนึ่ง เพียงแต่ปัญหาคือ การไม่สามารถรณรงค์ให้เป็นเอกภาพ และการใช้อำนาจคุกคามมา 2 ปีจนมวลชนในชนบทหวาดกลัว เช่นกลัวว่าถ้าคะแนนโหวตออกมาไม่รับทั้งหมู่บ้านจะโดนอะไรหรือเปล่า
เรื่องมวลชนส่วนหนึ่งคิดง่ายๆ ว่ารับไปเหอะจะได้รีบเลือกพรรคเพื่อไทย นี่เป็นเรื่องใหญ่มีผลต่อคะแนนเสียงยิ่งกว่า No Vote-Vote No ในแวดวงปัญญาชนเสียอีกนะครับ อันนี้ก็โทษเขาไม่ได้เพราะมันปิดกั้นการวิพากษ์วิจารณ์เนื้อหาโดยฝ่ายไม่รับ
คือถ้ามันเป็นการลงประชามติว่า ชอบ ไม่ชอบ คสช. นี่ผลออกมาง่ายมากนะครับ 555 แต่พอถามว่ารับไม่รับ รธน.มันพันความซับซ้อนเข้าไปอีกเยอะ โดยยังพ่วงปัญหาว่า ถ้าไม่รับแล้วจะเกิดอะไรขึ้น คนส่วนหนึ่งที่ไม่ได้อยู่ข้างไหนแน่นอนก็กลัวว่าถ้าไม่รับแล้ว มันจะไม่สงบหรือเปล่า จะวินาศสันตะโรหรือเปล่า เรื่องพวกนี้มันต้องอาศัยการรณรงค์ ซึ่งถูกปิดกั้น
คิดให้กว้างขึ้นนะ ตอนเลือกตั้ง 57 มีคนไปเลือกตั้ง 20 ล้านเสียง ซึ่งไม่ใช่เลือกเพื่อไทยทั้งหมด ไป Vote No ก็เยอะ แต่แปลว่า 20 ล้านเสียงเอาเลือกตั้ง เอาประชาธิปไตย ไม่อยากให้เกิดรัฐประหาร แม้เมื่อเกิดรัฐประหารแล้ว คนส่วนหนึ่งอาจพอใจว่าสงบ แต่อยู่มา 2 ปีก็เห็นแล้วว่าเป็นไง ก็คงเบื่อแทบแย่แล้วละ เพียงแต่ยังไม่เห็นทางออกว่าถ้าไม่รับแล้วจะเป็นไงต่อ ก็ยังลังเล
มันก็เข้าสูตรเดิมที่ผมย้ำนั่นแหละ ตอนนี้ คนเบื่อแทบแย่ อึดอัด รำคาญ แต่ไม่เห็นทางออก ก็ทนอยู่กันไปแบบปิดทีวีคืนวันศุกร์ ที่บอกว่า "อยู่ยาว" นี่ไม่ใช่อยู่อย่างคนนิยมชมชอบนะ แต่อยู่แบบผู้คนรู้สึกว่าแย่ที่สุดแล้วแค่ไม่มีทางเลือกที่ดีกว่าเท่านั้นเอง
เรื่องมวลชนส่วนหนึ่งคิดง่ายๆ ว่ารับไปเหอะจะได้รีบเลือกพรรคเพื่อไทย นี่เป็นเรื่องใหญ่มีผลต่อคะแนนเสียงยิ่งกว่า No Vote-Vote No ในแวดวงปัญญาชนเสียอีกนะครับ อันนี้ก็โทษเขาไม่ได้เพราะมันปิดกั้นการวิพากษ์วิจารณ์เนื้อหาโดยฝ่ายไม่รับ
คือถ้ามันเป็นการลงประชามติว่า ชอบ ไม่ชอบ คสช. นี่ผลออกมาง่ายมากนะครับ 555 แต่พอถามว่ารับไม่รับ รธน.มันพันความซับซ้อนเข้าไปอีกเยอะ โดยยังพ่วงปัญหาว่า ถ้าไม่รับแล้วจะเกิดอะไรขึ้น คนส่วนหนึ่งที่ไม่ได้อยู่ข้างไหนแน่นอนก็กลัวว่าถ้าไม่รับแล้ว มันจะไม่สงบหรือเปล่า จะวินาศสันตะโรหรือเปล่า เรื่องพวกนี้มันต้องอาศัยการรณรงค์ ซึ่งถูกปิดกั้น
คิดให้กว้างขึ้นนะ ตอนเลือกตั้ง 57 มีคนไปเลือกตั้ง 20 ล้านเสียง ซึ่งไม่ใช่เลือกเพื่อไทยทั้งหมด ไป Vote No ก็เยอะ แต่แปลว่า 20 ล้านเสียงเอาเลือกตั้ง เอาประชาธิปไตย ไม่อยากให้เกิดรัฐประหาร แม้เมื่อเกิดรัฐประหารแล้ว คนส่วนหนึ่งอาจพอใจว่าสงบ แต่อยู่มา 2 ปีก็เห็นแล้วว่าเป็นไง ก็คงเบื่อแทบแย่แล้วละ เพียงแต่ยังไม่เห็นทางออกว่าถ้าไม่รับแล้วจะเป็นไงต่อ ก็ยังลังเล
มันก็เข้าสูตรเดิมที่ผมย้ำนั่นแหละ ตอนนี้ คนเบื่อแทบแย่ อึดอัด รำคาญ แต่ไม่เห็นทางออก ก็ทนอยู่กันไปแบบปิดทีวีคืนวันศุกร์ ที่บอกว่า "อยู่ยาว" นี่ไม่ใช่อยู่อย่างคนนิยมชมชอบนะ แต่อยู่แบบผู้คนรู้สึกว่าแย่ที่สุดแล้วแค่ไม่มีทางเลือกที่ดีกว่าเท่านั้นเอง
แสดงความคิดเห็น