Posted: 26 Aug 2017 03:15 AM PDT  (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท)

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เผยยอดลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย เหลือ 11.6 ล้าน หลังตัด ตัดกลุ่มผู้มีรายได้-เงินฝากเกิน และที่ดินเกิน 2.5 ล้าน พบ. ดร.-ป.โท ลงทะเบียนคนจน กว่า 1,600 คน จีดีพีปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าคาด หลังเศรษฐกิจไตรมาส 2 โตถึง 3.7%


เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา กฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า การคัดเลือกคุณสมบัติผู้มีรายได้น้อยตามเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด จากยอดลงทะเบียนทั้งหมด 14.1 ล้านคน เหลือ 11.6 ล้านคน ตัดกลุ่มผู้มีรายได้-เงินฝากเกิน และที่ดินเกินกว่ากำหนด รวมแล้ว 2.5 ล้านราย ขณะเดียวกัน พบว่าผู้ที่มีการศึกษาสูง ทั้งระดับ ดร. มาลงทะเบียนด้วยมากถึง 600 คน และระดับปริญญาโท กว่า 1,000 คน จึงต้องเร่งตรวจสอบว่าคนกลุ่มนี้มีปัญหาอะไร

ส่วนสวัสดิการที่ให้กับกลุ่มผู้มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี จำนวน 7-8 ล้านคน เบื้องต้นกำหนดให้มาลงทะเบียนใหม่ ระยะที่ 2 เพื่อยืนยันตัวตน และน่าจะจ่ายเงินได้ในต้นปี 2561 แต่ต้องพิจารณางบประมาณด้วย ซึ่งจะกำหนดเงื่อนไขด้านต่างๆ ทั้งการทำบัญชีครัวเรือน การฝึกอบรมทำอาชีพให้ความรู้ ต้องมีรายได้ต้องสูงกว่าเดิมในปีถัดไป เพื่อเป็นแรงจูงใจในการทำตามข้อกำหนด

ผู้อำนวยการ สศค. ระบุว่า ผลวิจัยของ สศค. พบว่า ไทยมีสวัสดิการดูแลประชาชนกว่า 44 สวัสดิการ ใช้งบต่อปี 2.86 แสนล้านบาท อาทิ อุดหนุนเด็กแรกเกิด การศึกษาขั้นพื้นฐาน ช่วยเหลือเกษตรกร ค่าไฟฟรี เป็นต้น นอกจากนี้ ยังศึกษามาตรการดูแลกลุ่มคนพิการและคนชรา ที่มีปัญาหนี้นอกระบบ ซึ่งแนวทางช่วยเหลือจะแตกต่างกัน แต่หลักการช่วยเหลือของรัฐบาลจะต้องถูกตัว เพื่อประหยัดงบประมาณให้ได้มากที่สุด และนำเงินมาช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยได้เพิ่มขึ้น สำหรับฐานข้อมูลผู้ลงทะเบียนที่ผ่านการตรวจคุณสมบัติ 11.6 ล้านคน แบ่งเป็นผู้สูงอายุ สัดส่วน 1/3 ของผู้ลงทะเบียน , ผู้พิการ 3 แสนคน , เป็นผู้ไม่มีรายได้สัดส่วน 1/5 ของผู้ลงทะเบียน , เป็นเกษตรกร 4 ล้านคน , รับจ้างอิสระและค้าขาย 3 ล้านคน
จีดีพีปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าคาด หลังเศรษฐกิจไตรมาส 2 โตถึง 3.7%

ผู้อำนวยการ สศค. เปิดเผยว่า หลังจากที่สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประกาศตัวเลขเศรษฐกิจไทย ไตรมาส 2/60 ขยายตัว 3.7% ขณะที่ตัวเลขการส่งออกในเดือนกรกฎาคม ของกระทรวงพาณิชย์ขยายตัวมากกว่า 10% นั้น ถือเป็นสัญญาณที่ดี ซึ่งจะส่งผลให้ตัวเลขเศรษฐกิจไทยปีนี้ มีแนวโน้มขยายตัวมากกว่าที่ประมาณการไว้ที่ 3.6% โดยมองว่า ในไตรมาส 3-4/60 เศรษฐกิจไทยยังมีแรงขับเคลื่อนจากการลงทุนภาครัฐที่หลายโครงการเริ่มชัดเจน ประกอบกับมีงบประมาณกลางปีที่ทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมยืนยันว่า ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจน้อยมาก ซึ่งมองว่าปัญหาน้ำท่วมส่วนใหญ่จะกระทบกับภาคเกษตรเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งภาครัฐก็ได้ออกมาตรการดูแลและช่วยเหลือในช่วงที่ผ่านมา ส่วนการลงทุนภาคเอกชน แม้ว่ายังน้อย แม้มาตรการลดหย่อนภาษี 1.5 เท่าในการดึงดูดใจการลงทุน มองว่า มาตรการดังกล่าวมีเงื่อนไขในเรื่องการส่งแผนงาน ซึ่งขณะนี้ภาคเอกชนอยู่ระหว่างดำเนินการให้กับสรรพากรรวบรวม ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่ต้องเป็นห่วง เพราะกฎหมายดังกล่าวนั้นมีผลย้อนหลังให้กับเอกชนอยู่แล้ว

"เรื่องของจีดีพี จะถึง 4% ไหม ผมเองก็ไม่อยากบอก แต่ยืนยันว่า มันเป็นสัญญาณดีที่จะปรับขึ้น แต่ที่ไม่อยากประกาศ เพราะกำหนดการในการประกาศเป็นช่วงเดือนกันยายน 2560 ซึ่งผมอาจไม่ได้อยู่ประกาศแล้ว จึงไม่อยากบอกตัวเลขเพื่อเป็นการกดดันผู้ที่เข้ามารับตำแหน่ง" กฤษฎา กล่าว

ที่มา : Voice TV และกรุงเทพธุรกิจออนไลน์

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.