นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อ ขอให้ตรวจสอบข้าราชการตุลาการที่เป็นองค์คณะผู้พิพากษา แต่กลับดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการกฤษฎีกาอยู่ในเวลาเดียวกัน อาจขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบและธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการหรือไม่

เนื่องจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพ.ศ. 2542 มาตรา 13 วรรคท้ายได้บัญญัติไว้ว่าผู้พิพากษาที่ได้รับเลือกเป็นองค์คณะผู้พิพากษาห้ามไปทำงานที่อื่นนอกศาลฎีกา แต่ในความเป็นจริงพบว่า ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้คัดเลือกผู้ที่เป็นกรรมการกฤษฎีกาเป็นองค์คณะผู้พิพากษาด้วย

ซึ่ง พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต บัญญัติให้ ป.ป.ช. มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบไต่สวนผู้พิพากษาและตุลาการว่ากระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือกระทำความผิดต่อหน้าที่ในการยุติธรรมได้

จึงขอให้ ป.ป.ช.ตรวจว่าเข้าข่ายต่อกฎหมายข้างต้นหรือไม่ รวมถึงหากมีความขัดกันจริงกรณีนี้จะเข้าข่ายการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตาม พรป.ป.ป.ช. มาตรา 123/1 ด้วยหรือไม่

source ;- Line

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.