
“จอร์น” นักดำน้ำชาวอังกฤษกให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า ………#ทุกอย่างคือปฏิหารย์ เขาเกือบไม่ได้เจอเด็กๆ แต่ด้วยความบังเอิญเชื่อกที่นำไปปักในถ้ำมันหมดแค่นั้นจริงๆ เลยโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำเพื่อหายใจแล้วบังเอิญก็เจอดวงตาของคนทั้ง 13 ที่กำลังจองมองมาที่เขา ตรงนั้นเป็นเนินนมสาว เป็นเนินใหญ่และไล่ระดับสูงขึ้นไป เมื่อเด็กๆเห็นมีคนมาเลยรีบไต่ลงมาข้างล่าง ทันที่ที่เห็นเด็กร้องว่า”ขอบคุณ ขอบคุณ” แล้วพยายามบอกว่า มีกระเป๋าอยู่ข้างนอก เด็กหิวมาก มีความคาดหวังว่าจะมีคนมาข่วยพวกเขา จึงถามว่า จะออกไปได้เมื่อไหร่ แต่เด็กอาจฟังที่เขาบอกไม่เข้าใจ หรือเข้าใจแต่ไม่มาก …เด็กจับประเด็นได้แค่ว่า “เดี๋ยวก็มีคนมาช่วย” เลยเริ่มหันไปตั้งคำถามกันเองว่า “เขามาช่วยเราหรือเขามาแค่สำรวจ”แล้วก็มีเสียงเด็กคนนึงตกลงมาในน้ำ มีเสียงบอกว่า”ขึ้นมาเถอะพี่ขึ้นมาเถอะ” เด็กคนที่ตกน้ำร้อง”อ้าว เขาไม่ได้มาช่วยเราเหรอ” เด็กอีกคนเลยบอกว่า “ไม่หรอก เขาบอกจะกลับมาใหม่ มาพาเราออกไป”
นักดำน้ำยังเล่าต่ออีกว่า “เขาไม่คิดว่าจะได้เจอเด็กๆ เพราะหน้าที่เขาและริชาร์ดคือการนำเชื่อกเข้าไปปักในถ้ำเพื่อให้หน่วยซีลของไทยตามมาได้ถูก แต่เพราะปฏิหาริย์ เชือกที่นำเข้ามามันไปหมดตรงที่เด็กอยู่หากถ้าเชือกยาวกว่านั้นก็ไม่เจอ จังหวะ ที่เค้าได้เห็นดวงตาของทั้ง 13 จ้องมองมาที่เขา เขารู้ทันที่ว่า นี่คือเด็กๆทั้ง13คนที่ติดในถ้ำ ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เจอหน้าเด็กๆ(ยิ้ม)
เวิร์นเล่าต่อด้วยว่า หากเชือกที่จอห์นนำมาปักสั้นลงไปแค่ 15 ฟุต สิ่งที่เค้าจะได้เห็นหากเงยหน้าขึ้นมาจากน้ำคือความมืด ผนังถ้ำ เค้าก็จะกลับไปโถงที่ 3 เริ่มต้นใหม่เหมือนเดิมเพราะเชือกหมดแล้ว ก็จะไม่เจอเด็กๆ เรียกว่าเป็นจังหวะของเชือกหมด
ข้อสังเกต -
อำนาจบุญกุศล อุปัตถัมภกกรรมของเด็ก ๆ เอง ...ที่ทำให้เจ้าหน้าที่พบ และเป็นเหตุให้เด็ก ๆ ทั้งหลาย รอดตาย... //
แสดงความคิดเห็น