
ต่อสู้นาน 15 ปี คดีฟ้องค่าชดเชยให้ชาวบ้านคลิตี้ล่างไม่คืบ เหตุจำเลยไม่ไปศาล
ศาลเลื่อนการพิพากษาคดีที่ชาวบ้านคลิตี้ล่างฟ้องเรียกค่าชดเชยบริษัทเอกชนปล่อยสารตะกั่วกระทบชุมชน เหตุเพราะจำเลยไม่มาศาล นัดอีกครั้งกลางปีนี้ ผู้อำนวยการศูนย์กะเหรี่ยงศึกษาระบุว่ากระบวนการยุติธรรมล่าช้า ทั้งที่ชาวบ้านต่อสู้มากว่า 15 ปี
วันนี้ (26 เม.ย.) นายกำธร ศรีสุวรรณมาลา ตัวแทนชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง บ้านคลิตี้ล่าง อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นโจทก์ที่ 1 ยื่นฟ้องบริษัทตะกั่วคอนเซนเตรทส์ (ประเทศไทย) กับพวกรวม 2 คน ในคดีปล่อยสารตะกั่วลงสู่ลำห้วยคลิตี้จนแหล่งน้ำปนเปื้อน กระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชุมชน ได้เดินทางมายังศาลจังหวัดกาญจนบุรีวันนี้ (26 เม.ย.) เพื่อฟังคำพิพากษาในคดีที่ตนและชาวบ้านคลิตี้ล่าง รวม 8 ราย ยื่นฟ้องค่าชดเชยจากบริษัทฯ แต่ศาลได้เลื่อนคำพิพากษาเป็นวันที่ 21 มิ.ย.2559 เนื่องจากจำเลยไม่มาตามนัด
ทั้งนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้บริษัทตะกั่วคอนเซนเตรทส์ฯ เป็นผู้ชดเชยค่าเสียหายแก่ชาวบ้านเป็นเงิน 4 ล้านบาท ขณะที่ศาลอุทธรณ์ได้เพิ่มเป็น 20 กว่าล้านบาท และคดีได้ดำเนินมาถึงชั้นศาลฎีกา ก่อนที่จะมีคำสั่งเลื่อนคำพิพากษาในวันนี้
นายสุรพงษ์ กองจันทึก ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงและพัฒนา กล่าวกับบีบีซีไทยว่าศาลเป็นฝ่ายนัดชาวบ้านมาฟังคำพิพากษา แต่กลับไม่สามารถอ่านคำพิพากษาให้ฟังได้ ถือเป็นความคลาดเคลื่อนของกระบวนการศาล และเป็นกระบวนการยุติธรรมที่ล่าช้า ทำให้ชาวบ้านต้องรอคำตอบต่อไป ทั้งที่คดีดำเนินมายาวนานกว่า 15 ปี และชาวบ้านบางส่วนเสียชีวิตไปแล้ว นอกจากนี้ การฟื้นฟูเยียวยาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก
นายสุรพงษ์ระบุว่าชาวบ้านได้สอบถามไปยังกรมควบคุมมลพิษ และมักจะได้รับคำตอบว่าเรื่องต่างๆ ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ หากในวันที่ 21 มิ.ย. จำเลยไม่มาปรากฏตัวที่ศาลอีก ชาวบ้านก็ต้องกลับภูมิลำเนาและต้องผจญกับสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยสารพิษต่างๆ และมีสารตะกั่วในเลือดอยู่เช่นเดิม
ก่อนหน้านี้ นายวิจารณ์ สิมาฉายา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ได้แถลงข่าวความก้าวหน้าโครงการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ในเดือน ม.ค.2559 โดยสรุปว่ากิจกรรมฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้บางอย่างเป็นการรบกวนสิ่งแวดล้อม จึงต้องเฝ้าระวังผลกระทบที่เกิดขึ้น หากพบการฟุ้งของตะกอนเกินกว่าที่กำหนดก็ต้องหยุดการดำเนินงานจนกว่าคุณภาพน้ำจะกลับคืนสู่สภาพธรรมชาติ แต่การตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมบริเวณห้วยคลิตี้ครั้งล่าสุดเมื่อ 7-12 ก.ย.2558 อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แหล่งน้ำผิวดินสามารถบริโภคและอุปโภคได้ แต่ต้องผ่านการกรองและต้มฆ่าเชื้อโรคก่อน ส่วนพืชที่ปลูกในพื้นที่ส่วนใหญ่มีค่าตะกั่วในเกณฑ์มาตรฐาน ยกเว้นบางชนิดเท่านั้นที่มีค่าตะกั่วสูงเกินมาตรฐาน #สารตะกั่ว #สิ่งแวดล้อม
(ภาพจากมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม)
แสดงความคิดเห็น