ยูเครนจัดงานรำลึก 30 ปี เชอร์โนบิล
ยูเครนจัดพิธีรำลึกและไว้อาลัยให้แก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลระเบิดเมื่อ 30 ปีก่อน นับเป็นอุบัติเหตุนิวเคลียร์ครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์โลก
บรรดาญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติครั้งนี้ร่วมจุดเทียนเพื่อระลึกถึงผู้จากไปที่โบสถ์หลายแห่ง ซึ่งรวมถึงโบสถ์ในกรุงเคียฟ และเมืองสลาวูทิช ซึ่งเป็นเมืองที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับคนงานที่เคยอาศัยอยู่ใกล้กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ นอกจากนี้ยังมีการเปิดเสียงไซเรนในช่วงเดียวกับที่เกิดการระเบิดครั้งแรกที่เตาปฏิกรณ์เมื่อช่วงก่อนรุ่งสางของวันที่ 26 เม.ย. 2529
เหตุเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หลอมละลายจนเกิดระเบิดขึ้นนั้น ทำให้วัสดุปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีพวยพุ่งขึ้นสู่อากาศและแผ่เข้าปกคลุมพื้นที่ในยูเครน รัสเซีย เบลารุส และยุโรปเหนือ แม้จะไม่มีตัวเลขผู้เสียชีวิตที่แน่นอน แต่ Chernobyl Forum ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้รับการสนับสนุนจากสหประชาชาติระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากการสัมผัสกัมมันตภาพรังสีโดยตรงอยู่ที่กว่า 50 คน โดยส่วนใหญ่เสียชีวิตทันที และบางส่วนมีชีวิตอยู่จนถึงปี 2547 คาดว่าประชาชนอีกราว 9,000 คนทยอยเสียชีวิตจากผลของกัมมันตภาพรังสี แต่กลุ่มกรีนพีซระบุว่าตัวเลขจริงอาจสูงถึง 93,000 คน
ปัจจุบันพื้นที่โดยรอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลยังคงมีกัมมันตภาพรังสีในระดับสูง องค์กรการกุศล Bridges to Belarus เตือนว่าในพื้นที่ใกล้พรมแดนยูเครนยังคงมีทารกที่เกิดมาพร้อมความพิการรุนแรงอยู่ ขณะเดียวกันก็มีผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งชนิดหายากในอัตราสูง
เมื่อวานนี้บรรดาผู้บริจาคทั่วโลกให้คำมั่นจะบริจาคเงิน 87.5 ล้านยูโรเพื่อใช้ในการก่อสร้างโรงเก็บและจัดการกับกากเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใต้ดินแห่งใหม่ ซึ่งยูเครนจะต้องออกเงินส่วนที่เหลืออีก 10 ล้านยูโรสำหรับใช้ในการก่อสร้างให้แล้วเสร็จ เพื่อใช้เป็นสถานที่เก็บยูเรเนียม ราว 200 ตันบริเวณเตาปฏิกรณ์ที่เสียหาย ซึ่งบรรดาผู้เชี่ยวชาญเกรงว่าหากเตาปฏิกรณ์ที่มีสภาพทรุดโทรมเกิดพังถล่มลงมาก็จะทำให้วัสดุกัมมันตรังสีปลิวขึ้นสู่อากาศได้

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.