
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของญี่ปุ่น ยอมรับว่ามีการโกงผลทดสอบประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันจริง แม้ประเด็นดังกล่าวจะไม่เกี่ยวกับความปลอดภัย แต่การปลอมแปลงข้อมูลเรื่องการประหยัดน้ำมันก็ถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับประเทศแห่งอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างญี่ปุ่น ที่ไม่เพียงจะกระทบต่อชื่อเสียงบริษัทเท่านั้น แต่รวมถึง ชื่อเสียงประเทศด้วย
ก่อนหน้านี้ในปี 2000 มิตซูบิชิปกปิดข้อบกพร่องระบบความปลอดภัยรถยนต์ ถัดมาอีก 4 ปี ตรวจพบปัญหาการทำงานของเบรก คลัตช์ และถังน้ำมัน นาไปสู่การเรียกคืนรถยนต์ครั้งใหญ่ในญี่ปุ่น และส่งผลให้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ต้องแยกตัวออกมาจากบริษัทแม่อย่าง มิตซูบิชิ กรุ๊ป และใช้เวลาหลายปีในการฟื้นความเชื่อมั่นผู้บริโภค
ปีเตอร์ บอร์ดแมน กรรมการผู้จัดการของ เทรดวินด์ส โกลบอล อินเวสเตอร์ ระบุว่า เรื่องอื้อฉาวที่เกิดขึ้นกับมิตซูบิชิจะส่งผลกระทบต่อระบบการเงินของ มิตซูบิชิอย่างหนัก รวมถึงการฟื้นความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดยเฉพาะในตลาดหลักอย่างญี่ปุ่น
กรณีดังกล่าวของมิตซูบิชิถือเป็นครั้งแรกของค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นที่โกงการทดสอบดังกล่าว ส่งผลให้หุ้น มิตซูบิชิร่วงลงทันที 15% และร่วงต่อเนื่องในวันที่ 21 เม.ย. อีก 20% จนต้องระงับการซื้อขายชั่วคราว สูญเสียมูลค่าทางการตลาดกว่า 2,500 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 8.75 หมื่นล้านบาท) หลังกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน คมนาคม และการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นบุกตรวจค้นสำนักงานใหญ่ในเมืองนาโกยา และอาจมีการเรียกเก็บภาษีย้อนหลังด้วย
แสดงความคิดเห็น