ญี่ปุ่นเร่งแก้ปัญหากระแสคลั่งผอม หลังพบมีผู้ป่วยโรคการกินผิดปกติซ่อนอยู่หลายแสนคน
สมาคมเพื่อผู้ป่วยโรคการกินผิดปกติ (ED) ของญี่ปุ่น ระบุว่ามีผู้ป่วยโรคการกินผิดปกติจำนวนหลายแสนคนในญี่ปุ่น ที่ไม่ได้รับการรักษาจากแพทย์ รวมทั้งไม่ได้รับการดูแลสภาพจิตใจอย่างเหมาะสมอีกด้วย แม้รัฐบาลญี่ปุ่นจะบอกว่ากำลังอยู่ระหว่างศึกษาปัญหาและกำลังจัดตั้งระบบให้บริการทางสาธารณสุขแก่คนเหล่านี้
ทั้งนี้ มีแรงกดดันอย่างหนักให้หญิงสาวในสังคมญี่ปุ่นต้องผอม บางครั้งเกินเลยไปจนมีการกลั่นแกล้งรังแกคนอ้วนในโรงเรียนหรือที่อื่นๆด้วย เช่นในกรณีของโมโตโกะ (นามสมมติ) เธอถูกกลั่นแกล้งเมื่อมีอายุได้ 16 ปีเนื่องจากมีรูปร่างอ้วน ทำให้เริ่มอยากผอมโดยจำกัดอาหารและออกกำลังกายอย่างหนัก เมื่ออายุได้ 19 ปี โมโตโกะกลับมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มากเกินไปจนถึงขีดอันตราย เธออยากไปพบแพทย์ แต่พ่อแม่ของเธอรู้สึกอับอายจึงไม่ยอมให้ไป กว่าที่เธอจะได้รับความช่วยเหลือก็เป็นเวลาหลายปีให้หลัง ปัจจุบันเธอเข้าร่วมกับองค์กรช่วยเหลือผู้ป่วยโรคการกินผิดปกติ เพื่อที่คนเหล่านี้จะได้ไม่ต้องเผชิญประสบการณ์ที่เลวร้ายเหมือนเธอ
แพทย์หญิงอายะ นิชิโซโนะ ซึ่งทำงานกับองค์กรช่วยเหลือผู้ป่วยโรคการกินผิดปกติบอกว่า สังคมญี่ปุ่นมองว่าโรคการกินผิดปกติเป็นเรื่องน่าอาย เช่นโรคบูลิเมียที่ผู้ป่วยล้วงคอให้อาเจียนหลังรับประทานอาหาร ผู้ป่วยมักจะต้องแอบซ่อนอาการของตนเอาไว้โดยไม่ไปพบแพทย์ สถิติของกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นชี้ว่า ในปี 2014 มีผู้ป่วยโรคการกินผิดปกติเพียง 10,000 คนเท่านั้นที่ได้รับการรักษา แต่ประมาณการว่ามีผู้ป่วยอยู่ทั้งหมดราว 7-8 แสนคนทั่วประเทศ
อย่างไรก็ตาม เริ่มมีความพยายามต่อต้านกระแสนิยมที่คลั่งไคล้รูปร่างผอม เช่นเริ่มมีผู้ออกนิตยสารแฟชั่นและไลฟ์สไตล์สำหรับสาวรูปร่างใหญ่หรือ “พลัสไซส์” รวมทั้งมีสาวรูปร่างอวบมาเป็นนางแบบกันมากขึ้น เช่นนาโอะและอัยชา สองนางแบบพลัสไซส์ที่มาบอกเล่าเรื่องราวการก้าวข้ามปมด้อย สู่ความมั่นใจในการแต่งตัวอย่างมีความสุขเช่นเดียวกับผู้หญิงทั่วไป ติดตามได้ในวิดีโอนี้ค่ะ

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.