
คุณยายชาวกรีซใจเมตตา รับผู้อพยพมาอยู่ร่วมบ้านด้วย
หมู่บ้านไอโดเมนี ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่อยู่ติดพรมแดนระหว่างกรีซและมาซิโดเนีย ตอนนี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เนื่องจากเป็นที่พักอาศัยชั่วคราวของผู้อพยพกว่า 10,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากซีเรียและอิรัก โดยคนเหล่านี้ต้องติดค้างอยู่ในกรีซ หลังจากทางการมาซิโดเนียสั่งปิดพรมแดนและสร้างรั้วยาว 40 กม. ป้องกันไม่ให้ผู้อพยพเข้าประเทศไปได้อีก
ที่หมู่บ้านแห่งนี้ ผู้สื่อข่าวบีบีซีได้พบกับคุณยาย พานาโยต้า วาสิเลดู วัย 82 ปี ชาวบ้านไอโดเมนีซึ่งเมตตารับผู้อพยพเข้ามาอยู่ร่วมบ้านด้วย โดยฮาจา ผู้อพยพชาวซีเรียวัย 22 ปีซึ่งหนีสงครามมาจากเมืองอเล็ปโป และปัจจุบันอาศัยอยู่กับคุณยายเล่าว่า ได้พบคุณยายตอนออกไปเก็บสมุนไพรในทุ่ง จากนั้นจึงขอยืมหม้อมาทำกับข้าว ตอนเธอนำหม้อมาคืนคุณยายเธอมีเพื่อนมาด้วยอีก 9 คน และทุกคนล้วนอยู่ในสภาพเปียกปอน คุณยายจึงเชิญพวกเขาเข้าบ้าน
คุณยายวาสิเลดูบอกว่า ตอนแรกก็รู้สึกตกใจกลัวที่เห็นผู้อพยพมากันหลายคน แต่พอเห็นว่าคนหนึ่งอุ้มลูกวัย 6 เดือนมาด้วย จึงได้เชิญพวกเขาเข้าบ้าน ในภายหลังผู้อพยพคนอื่น ๆ มาเคาะประตูขอใช้ห้องน้ำ คุณยายจึงตัดสินใจรับผู้อพยพ 5 คนมาอยู่ด้วยกันที่บ้านเสียเลย การที่คุณยายเต็มใจช่วยเหลือผู้อพยพนั้น เนื่องจากเข้าใจดีถึงความยากลำบากในการเอาชีวิตรอดในภาวะสงคราม ตัวคุณยายเองนั้นเมื่ออายุได้เพียง 7 ปี กองทัพนาซีได้เข้ายึดครองกรีซ ทำให้หมู่บ้านที่เคยอยู่ถูกเผาราบเป็นหน้ากลอง สิ่งที่เหลือติดตัวมีแค่เสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ และต้องทนเห็นพ่อแม่ร้องไห้เสียใจที่ไม่สามารถเลี้ยงดูตนและน้องชายได้ อย่างไรก็ตาม 2 ปีต่อมาครอบครัวของคุณยายได้อพยพมาปักหลักที่ไอโดเมนีจนถึงทุกวันนี้
ปัจจุบัน คุณยายใช้เงินบำนาญของตัวเองเป็นค่าใช้จ่ายเลี้ยงดูผู้อพยพในบ้าน แต่ก็ไม่เพียงพอเพราะรัฐบาลกรีซตัดงบบำนาญ จากที่เคยได้รับเดือนละเกือบ 28,000 บาท เหลือเพียงเดือนละไม่ถึง 18,000 บาท คุณยายบอกว่า หากในอนาคตผู้อพยพเหล่านี้ต้องแยกย้ายกันเดินทางต่อไป เธอคงคิดถึงพวกเขามาก โดยเฉพาะพวกผู้หญิงซึ่งเป็นเพื่อนคลายเหงาของเธอมาตลอด ถึงแม้จะพูดกันคนละภาษาก็ตาม#Idomeni #Greece #Macedonia #MigrantCrisis
แสดงความคิดเห็น