องค์กรสิทธิร่วมเรียกร้อง คสช. ยกเลิกคำสั่งปราบมาเฟีย ด้านสหรัฐฯ เร่งไทยลดบทบาทกองทัพ
6 องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน คณะกรรมการนิติศาสตร์สากล ฮิวแมนไรท์วอทช์ แอมเนสตี้อินเตอร์เนชันแนล ฟอรั่มเอเชีย สมาพันธ์เพื่อสิทธิมนุษยชนสากล และ องค์กรฟอร์ทิไฟท์ ไรทส์ ออกแถลงการณ์ร่วมเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่13/2559 ซึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ 29 มี.ค. ซึ่งให้อำนาจกองทัพในการป้องกันและปราบปรามการกระทําความผิด 27 ประเภท ซึ่งองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนมองว่าขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและนิติธรรม
แถลงการณ์ร่วมของ 6 องค์กรระบุว่า คำสั่งดังกล่าวเกี่ยวพันกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนสากล ทำให้ปฏิบัติการภายใต้คำสั่งดังกล่าวอยู่เหนือกระบวนการทางกฎหมาย ไม่สามารถฟ้องร้องเอาความผิดได้ เช่น ให้อำนาจกักกันตัวบุคคลสูงถึง 7 วัน นอกเหนือกระบวนการทางกฎหมาย, นำไปสู่การข่มขู่ปราบปรามผู้เห็นต่าง และอาจส่งผลให้เกิดการละเมิดสิทธิ์ เช่น การทรมาน การบังคับสูญหาย มีเพิ่มมากขึ้น
นายวิลเดอร์ เทเลอร์ เลขาธิการไอซีเจ ระบุว่า องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศได้จับตาดูภาวะสึกกร่อนของกระบวนการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในไทยมาตั้งแต่เกิดรัฐประหาร เมื่อ 22 พ.ค. 57 และคำสั่งนี้ชี้ให้เห็นว่าสถานการณ์ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
ด้านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐฯ ด้านเอเชียใต้ แสดงความกังวลต่อการใช้อำนาจทางทหารเข้าแทรกแซงกระบวนการบังคับใช้กฎหมายของไทยและเร่งให้มีการลดบทบาทของกองทัพ กับคืนอำนาจการบังคับใช้กฎหมายให้ฝ่ายพลเรือน
ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ระบุว่ารัฐบาลได้ ดำเนินปราบปรามผู้มีอิทธิพลทุกพื้นที่ ขณะที่คำสั่ง คสช. ฉบับที่13/2559 นั้นไม่ได้ให้อำนาจทหารบังคับใช้กฎหมายมากเกินไป และไม่ได้เป็นการจับกุมบุคคลทั่วไป แต่จะดำเนินการเฉพาะบุคคลที่มีรายชื่ออยู่ก่อนแล้ว กับย้ำว่าไม่ได้เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.