
สาวบังกลาเทศผู้รู้สึกยินดีที่ถูกสามีทอดทิ้ง
อัสมา มีอายุเพียง 16 ปีตอนที่เธอถูกสามีทอดทิ้ง ชีวิตของสาวน้อยผู้นี้ไม่ต่างไปจากสาวแรกรุ่นชาวบังกลาเทศจำนวนมากที่จำยอมเป็น “เจ้าสาวเด็ก” เพื่อหลีกหนีชีวิตที่ยากจน แต่เมื่อชีวิตคู่สิ้นสุดลงแทนที่อัสมาจะยอมจำนนให้กับโชคชะตา แต่เธอกลับลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อให้มีชีวิตที่ดีขึ้น ตอนนี้เธอรู้สึกว่าโชคดีมากที่สามีทอดทิ้งไป
อัสมา เกิดในเขตโภลาซึ่งตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งของบังกลาเทศ แต่ปัญหาน้ำท่วมทำให้บ้านเรือนและที่ดินทำกินของครอบครัวได้รับความเสียหายหนักจนเธอและครอบครัวต้องย้ายเข้าไปหางานทำในเมืองหลวง โดยพักอาศัยอยู่ในชุมชนแออัดแห่งหนึ่งแถบชานกรุงธากา แต่ด้วยความที่พ่อของเธอเป็นคนหูหนวกทำให้ไม่สามารถหางานทำในเมืองได้ ส่งผลให้แม่ต้องออกไปขอทาน สภาพความเป็นอยู่ที่ยากจนข้นแค้นนี้เอง ทำให้ตอนอายุได้ 15 ปี อัสมาตัดสินใจแต่งงานกับชายวัย 27 ปีคนหนึ่ง เพราะอยากช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อแม่
แม้ว่าพ่อแม่จะไม่เต็มใจให้เธอแต่งงานนัก แต่อัสมาก็ตัดสินใจแต่งงานออกเรือนไป ทว่าหลังจากนั้นไม่นานเธอก็เริ่มถูกสามีทุบตีและเรียกเงินค่าสินสอด เมื่อไม่มีเงินให้สามีก็ทอดทิ้งเธอไปหลังจากแต่งงานได้เพียง 5 เดือน โดยหลังจากย้ายกลับมาอยู่กับพ่อแม่ อัสมาก็เริ่มออกหางานทำ จนในที่สุดได้งานเป็นคนตัดเศษด้ายที่โรงงานสิ่งทอที่เพิ่งเปิดใหม่แห่งหนึ่ง
แม้งานนี้จะมีชั่วโมงทำงานที่ยาวนานและมีค่าแรงเพียงเดือนละ 1,350 บาทโดยไม่รวมค่าทำงานล่วงเวลา แต่มันก็มากกว่าที่พ่อแม่ของอัสมาหาได้ และยังมากพอที่จะเลี้ยงปากท้องพ่อแม่และน้องชายของเธอ “แม่ดีใจมาก ฉันบอกให้แม่อยู่บ้านดูแลพ่อและน้องชาย ฉันบอกแม่ว่าตอนนี้ฉันเป็นผู้ชายแล้ว เพราะฉันสามารถทำงานหาเลี้ยงครอบครัวได้เหมือนผู้ชาย” อัสมากล่าว
ก่อนแต่งงาน อัสมาถือเป็นหญิงสาวที่หนุ่ม ๆหมายปอง แต่ตอนนี้ผู้ชายไม่ค่อยสนใจเธอแล้ว อัสมาบอกว่าเธอไม่รู้สึกกดดันที่จะต้องหาสามีมาเลี้ยงดูอีกต่อไป และความรู้สึกนี้ทำให้เธอเป็นอิสระ โดยเฉพาะอิสระในการเลือกอนาคตของตนเอง และว่าเธอไม่อยากแต่งงานอีกเลยในชีวิตนี้
ทั้งนี้ การแต่งงานก่อนวัยอันควรเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไปในบังกลาเทศ แม้ว่ากฎหมายจะไม่อนุญาตให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีแต่งงานได้ก็ตาม แต่มีข้อมูลว่า 1 ใน 5 ของเด็กสาวชาวบังกลาเทศแต่งงานทั้งที่อายุยังไม่ถึง 15 ปี องค์กร Girls Not Brides บอกว่า การแต่งงานก่อนวัยอันควรทำให้เด็กหญิงมีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงในครอบครัว
แสดงความคิดเห็น