
"ถ้าทักษิณทำอย่างนี้" (ถ้าอีปูทำอย่างนี้) เป็นคำพูดเจ็บแสบที่สุดในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา (หรือที่จริงก็ 10 ปีที่ผ่านมา) มันไม่ได้บอกว่าทักษิณถูกหรือผิด ประยุทธ์ถูกหรือผิด แต่มันประจานความล่มสลายของสังคมไทย ทั้งในทางกฎกติกา และคุณค่าทางจริยธรรม เมื่อ "ทักษิณทำอะไรก็ผิด" อีกข้างทำอะไรก็ถูก
กฎหมายและศีลธรรมอาจมีบางอย่างต่างกัน แต่ข้อสำคัญที่เหมือนกัน คือใช้โดยเลือกหน้าคนไม่ได้ ถ้ากฎหมายใช้เฉพาะหน้าเหลี่ยม กฎกติกาก็ล่มสลาย ถ้าศีลธรรมจรรยายกเว้นให้ "คนดี" คุณค่าที่สั่งสมมาของสังคมก็พังทลาย จะไม่เหลืออะไรอีกต่อไป คุณจะสอนลูกสอนหลานให้มีหิริโอตตัปปะทำไม ในเมื่อโตขึ้นมาก็ต้องฝากลูกเข้าทำงาน
อ้อ นี่ใช้เทคนิคการเขียนเปรียบเรื่องฝากลูกฝากเด็กโดยไม่ระบุชื่อใครเลยนะ 555 เพียงแต่บอกว่าอย่าไปเทียบกรณี "ฝากยิ่งลักษณ์" นั่นเขาเลือกตั้งมา 15 ล้านเสียง ที่ทักกี้ทำไม่เหมาะสม ก็คือตอนเอาพี่มาเป็น ผบ.ทบ.นั่นไง ถูกต้องตามกฎหมายตามระเบียบทุกอย่างแต่ไม่มาตาม line ผลเป็นไง ทักษิณก็เสื่อมไปใช่ไหม ทำแบบนี้ใครก็เสื่อมหมดละ อย่าปกป้องสองมาตรฐานเลย
00000
ใบตองแห้ง
ทําอะไรก็ทักษิณไง ฝากน้องสาวเป็นนายกฯ ทั้งที่ไม่มีคุณสมบัติซักข้อ
แต่ยิ่งลักษณ์ผ่านการเลือกตั้ง 15 ล้านเสียงนะครับ คุณสมบัติข้อสำคัญที่สุด "ได้อำนาจโดยชอบธรรม" ไม่ได้แย่งชิงใครมา ถ้าใช้ตรรกะหน่อยก็ไม่น่าย้อนแย้งจับแพะชนแกะ น่าจะเปรียบทักษิณตั้งพี่เป็นผบ.ทบ. ทั้งที่มาจากทหารช่าง เป็นที่ปรึกษาบก.สส. ข้ามห้วยเป็นผู้ช่วยผบ.ทบ. แล้วขึ้นผบ.ทบ.โดยไม่มาตามไลน์
ทักษิณทำถูกต้องตามกฎหมายและ ระเบียบทุกอย่าง แถมมีความชอบธรรมทางประชาธิปไตย แต่ทำไมโดนด่าขรม สุดท้ายต้องย้ายพี่ไปผบ.สส. ให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ขึ้นมาสร้างตำนานป่ารอยต่อ
อ้าวก็ประชาธิปไตยไม่ได้บอกว่าได้อำนาจโดยชอบธรรมแล้วสามารถใช้อำนาจตามอำเภอใจ ไม่แยแสใคร ต่อให้มีอำนาจล้นหลามเพียงไร ต่อให้พูดปากเปียกว่าไม่ผิดกฎหมาย แต่ถ้าประชาชนมองว่าเล่นเส้นเล่นสาย (ทักษิณ)ก็เสื่อมจนท้ายที่สุดถูกขับไล่
เพียงแต่สังคมไทยจ้องจับผิดเฉพาะนักการเมือง ไม่แตะคนดีจากแต่งตั้ง ทุกวันนี้จึงไม่ใช่แค่ทหารตำรวจ (ที่เกือบบรรจุน้องตั๊น) องค์กรอิสระก็ตั้งลูกเป็นเลขาฯ องค์กรนอกระบบทั้งหลาย รัฐวิสาหกิจ มหาวิทยาลัย ไปไล่ดูเถอะ ที่ไหนไม่มีเส้นสาย ใช่เลย "ใครๆ ก็ทำ" คำพูดนี้เป็นสัจธรรม
กระนั้นคำว่า "ถ้าทักษิณทำอย่างนี้" ไม่ได้ใช้เฉพาะกรณีนี้ ถ้าสังเกตให้ดี คำพูดนี้ถูกเปรียบเปรยบ่อยมากระยะหลัง ถ้าทักษิณทำอย่างรัฐบาลนี้ทำ จะเกิดอะไร ก็ไม่ได้ว่าท่านทำผิดเสียหมดนะครับ หลายเรื่องเป็นเรื่องดี แต่เป็นเรื่องที่ทักษิณเคยทำแล้วถูกโจมตี (ถ้าทักษิณเปลี่ยนคำว่าประชานิยมเป็นประชารัฐ) หรือเป็นเรื่องที่ทักษิณคิดจะทำแต่ไม่สำเร็จ (ถ้าทักษิณให้ต่างชาติเช่าที่ดิน 99 ปี) แต่บางเรื่องทักษิณก็ไม่เคยทำขนาดนี้
คำว่า "ถ้าทักษิณทำอย่างนี้" มองผิวเผินเหมือนวิจารณ์รัฐบาล ท่านอาจไม่พอใจ แต่ความหมายลึกซึ้งกว่านั้น เพราะเป็นคำเปรียบเปรยตั้งแต่รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ รัฐบาลอภิสิทธิ์ เพียงแต่รัฐบาลนี้ถูกเปรียบ "อีปู" เพิ่มเข้าไป
คำพูดนี้ลึกซึ้งกว่าวิจารณ์รัฐบาล เพราะเป็นการเปรียบเปรยปฏิกิริยาของสังคม องค์กรสถาบัน คุณค่าทางจริยธรรม ที่อ้างกันนักหนา ว่าเอาเข้าจริง "สองมาตรฐาน" ด้วยความเกลียดชัง "ไอ้แม้วอีปู" หรือเปล่า
สิบปีที่ผ่านไป สังคมไทยกดปุ่ม delete ตัวเองเร็วกว่ายุคไหนสมัยไหน เพราะกลุ่มผู้ยกตนดีมีศีลธรรมทุ่มเททุกอย่างกำจัดคนที่เกลียดชัง กระทั่งทำลายหลักนิติรัฐ ความเที่ยงธรรม และคุณค่าทางจริยธรรม
เราได้เห็นการยุบพรรคหนึ่งแต่ไม่ยุบพรรคหนึ่ง เราได้เห็นการลงโทษคนด้วยการตีความ แต่กลับอ้างเจตนาดีงามไม่ลงทัณฑ์บางคน เราได้เห็นอคติของคนระดับบน คนมีการศึกษา ด่าประณาม "ชายชุดดำ" แต่พวกตนทำได้ทุกอย่าง กระทั่งใช้ถุงป๊อปคอร์น เราเห็นคนเคยเรียกร้องประชาธิปไตย 14 ตุลา พฤษภา 35 คนเรียกหาสิทธิชุมชน แห่ออกมาล้มระบอบ
จนประเทศไม่เหลือหลักอะไร ต้องปกครองภายใต้ "ข้าพเจ้าคือกฎหมาย" ก็ยังมีคนเชื่อว่า "เผด็จการสร้าง ประชาธิปไตยผลาญ"
ไม่ปฏิเสธหรอกนะ รัฐบาลนี้มีผลงานหลายเรื่อง เช่น พยายามปรับโครงสร้างการผลิต สาธารณูปโภคพื้นฐาน เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน แต่ท่ามกลางการพัฒนาทาง "วัตถุ" แล้วคุณค่าทางสังคมล่ะ ความเป็นมนุษย์ไม่ได้มีแค่ทำงานหาเงินกินปี้ขี้นอน ความเป็นมนุษย์ต้องมีเป้าหมาย มีความเชื่อมั่น มีหลักการให้ยึดถือ ไม่ใช่ 30 ปีก่อนพูดอย่างวันนี้พูดตรงข้าม ทำตัวไม่มีคุณค่า ไร้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สังคมก็เช่นกัน
สิบกว่าปีที่ ผ่านไป สังคมไทยไม่เพียงทำลายโอกาสเกิดสิ่งใหม่ นิติรัฐ ความเที่ยงธรรม ความเสมอภาค ความเคารพในสิทธิเสรีภาพของกันและกัน หากยังทำลายคุณค่าดั้งเดิมที่เคยยึดเหนี่ยว ตั้งแต่ความเห็นอกเห็นใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ อดออม ให้อภัย ฯลฯ ไม่รู้หายไปไหน เห็นแต่ไล่ล่าประณามเหยียดหยามกันตั้งแต่เวทีการเมืองถึงโลกออนไลน์ แต่กลับอ้างศีลธรรมความเป็นไทยเป็นอาวุธ
กฎหมายกับศีลธรรม อาจมีบางอย่างต่างกัน แต่กฎหมายกับศีลธรรมล้วนต้องใช้อย่างเสมอหน้ากัน ถ้าเลือกใช้โดยดูหน้าคนก็เสื่อมทั้งนั้น "ถ้าทักษิณทำอย่างนี้" ผิดกฎหมาย แต่คนอื่นทำได้ไม่ผิด "ถ้าทักษิณทำอย่างนี้" แล้วถูกก่นด่าประณาม แต่คนอื่นทำได้แถมใช้ฝีปากปกป้องกัน
ถ้าเป็นอย่างนี้ สังคมไทยก็ไม่ได้ทำลายแค่ประชาธิปไตย นิติรัฐ หากยังทำลายคุณค่าทางจริยธรรมที่สั่งสมมายาวนาน จนเหลือแต่ถ้อยคำในอาขยาน จะสอนเด็กให้มี หิริโอตตัปปะทำไมกัน ในเมื่อเด็กโตขึ้น พ่อแม่ก็ต้องวิ่ง ฝากงาน
Source :- FB Atukkit Sawangsuk & http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1461227304
แสดงความคิดเห็น