สงครามอาวุธเคมีในซีเรีย-พุ่งเป้าโรงเก็บอาวุธฝ่ายกบฏหรือโจมตีประชาชน

Posted: 06 Apr 2017 06:29 AM PDT  (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เวบไซท์ประชาไท)

นานาชาติประณามเหตุโจมตีด้วยอาวุธเคมีซึ่งส่งผลต่อระบบประสาท ที่เมืองอิดลิบ ประเทศซีเรีย ที่ซึ่งเกิดสงครามกลางเมืองมากว่า 6 ปีแล้ว แม้ทางการรัสเซียจะบอกว่ารัฐบาลซีเรียโจมตีโรงเก็บอาวุธเคมีของฝ่ายกบฏจนรั่วไหล แต่จากหลักฐานและคำบอกเล่าของผู้อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็บอกว่ามีการโจมตีทางอากาศยานด้วยอาวุธเคมีโดยตรง


แผนที่แสดงสถานการณ์ล่าสุดในซีเรีย ในเดือนมีนาคม 2017 พื้นที่สีแดงเป็นของรัฐบาลอัสซาด พื้นที่สีเขียวเป็นของฝ่ายกบฎ พื้นที่สีเหลืองเป็นของกองกำลังชาวเคิร์ด และพื้นที่สีเทาเป็นของกลุ่ม IS (ที่มา: วิกิพีเดีย)

6 เม.ย. 2560 จากกรณีที่ผู้คนในเขตปกครองอิดลิบประเทศซีเรียถูกโจมตีด้วยอาวุธเคมีจนทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 70 ราย เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ที่ผ่านมา ทางการรัสเซียออกมาอ้างว่าระเบิดที่เหยื่อในเหตุการณ์เปิดเผยว่ามีการทิ้งมาจากเครื่องบินนั้น เป็นการโจมตีทางอากาศยานของฝ่ายรัฐบาลที่มุ่งเป้าทำลายคลังอาวุธของ "กลุ่มก่อการร้าย"

มีการประณามเหตุโจมตีในครั้งนี้จากนานาชาติ โดยเหตุโจมตีเกิดขึ้นที่เขตอิดลิบที่ถูกยึดครองโดยกลุ่มกบฏในซีเรีย โดยทางการสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรประณามว่าฝ่ายผู้นำซีเรียคือประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด เป็นผู้ก่อเหตุ ทางด้านองค์การอนามัยโลกเปิดเผยว่าเหยื่อถูกโจมตีด้วยสารเคมีที่ส่งผลต่อระบบประสาท

แต่ละฝ่ายออกมาพูดถึงสาเหตุของอาวุธเคมีนี้ต่างกัน โดยฝ่ายรัสเซียอ้างว่าการเหตุในครั้งนี้เกิดจากการที่ปฏิบัติการทางอากาศของฝ่ายรัฐบาลโจมตีโดนโรงงานอาวุธเคมของฝ่ายกบฏทีอยู่บนพื้นดิน อย่างไรก็ตามองค์กรแอมเนสตีอินเตอร์เนชันแนลบอกว่าพวกเขามีหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่าการโจมตีในครั้งนี้เป็นการ "ใช้อาวุธเคมีที่ยิงมาทางอากาศยาน" ทีมงานของสื่อซีเอ็นเอ็นรายงานว่าพวกเขาพบเห็นว่ามีการทิ้งระเบิดเคมีจากเครื่องบิน องค์กรนานาชาติยังคงอยู่ในขั้นตอนสืบสวนว่ามีการใช้อาวุธเคมีชนิดใดในเหตุการณ์ครั้งนี้

มีการนำเหยื่อที่ถูกโจมตีด้วยอาวุธเคมีจำนวนมากไปรักษาที่ตุรกี ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ระบุว่ามีความเป็นไปได้ที่อาวุธเคมีที่ใช้ในครั้งนี้จะเป็นสารส่งผลต่อระบบประสาทอย่างแก๊สซาริน มีการตั้งข้อสังเกตอีกว่าการโจมตีในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับทีมีการเจรจาหารือในประเด็นของซีเรียที่จัดโดยสหภาพยุโรปที่กรุงบรัสเซลล์ประเทศเบลเยียมเป็นเวลาสองวัน

กระทรวงกลาโหมของรัสเซียอ้างว่าฝ่ายรัฐบาลรัสเซียโจมตีทางอากาศโดนแหล่งเก็บอาวุธเคมีในเขตนอกเมืองจากที่ "ผู้ก่อการร้าย" พยายามขนย้ายไปที่อิรัก การที่คลังอาวุธเคมีถูกโจมตีทำให้มันรั่วไหลไปกระทบกับผู้คน แต่ พ.อ. ฮามิช เดอ เบรตตัน-กอร์ดอน ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอาวุธเคมีก็โต้แย้งว่ามีความเป็นไปได้สูงอาวุธเคมีที่ใช้จะเป็นแก๊สซารินที่มีความเป็นไปได้ยากที่จะแพร่กระจายจากโรงเก็บอาวุธ เขาบอกว่ารัสเซียแค่พูดเพื่อพยายามปกป้อง "พันธมิตรของรัสเซีย" อย่างรัฐบาลซีเรีย

ผู้เหมือนว่าคำอธิบายของรัสเซียจะถูกปฏิเสธและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ทั้งรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของสหราชอาณาจักร ผู้บัญชาการกล่มกบฏในซีเรีย และผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธ ต่างก็นำเสนอหลักฐานว่าเหตุในครั้งนี้เป็นการโจมตีจากรัฐบาลซีเรีย

มีการนำเสนอภาพเหตุการณ์โดยกลุ่มสิทธิมนุษยชนที่จับตามองสถานการณืซีเรียเผยให้เห็นภาพของพลเรือนที่ถูกโจมตีในเมืองข่านเชคขุน มีหลายคนเป็นเด็ก มีอาการหายใจไม่ออกและมีฟองออกมาจากปาก นอกจากนี้ศูนย์สื่ออเลปโปซึ่งเป็นกลุ่มนักกิจกรรมรายงานว่าในช่วงเวลาหลายชั่วโมงหลังจากเหตุโจมตีครั้งแรกก็มีการโจมตีทางอากาศใส่โรงพยาบาลในเมืองเดียวกันที่มีคนได้รับบาดเจ็บกำลังรักษาตัวอยู่

มาซิน ยูซิฟ เด็กชายอายุ 13 ปี ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าถึงเหตุการณ์ทั้งน้ำตาว่าในช่วงเช้าวันเกิดเหตุมีเครื่องบินโจมตีใส่แถบหน้าบ้านของปู่เขา ทำให้เขาวิ่งไปดูเห็นปู่เขาล้มลงที่พื้นตัวเขาเองก็รู้สึกวิงเวียนและสลบไปหน้าโรงรถของปู่ รู้ตัวอีกทีเขาก็ปรากฏตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ผู้เป็นย่าของเด็กคนนี้เล่าว่าเธอเห็นสีน้ำเงินกับสีเหลืองหลังจากที่เครื่องบินดังกล่าวทิ้งระเบิดเคมีลงมา ทำให้พวกเขารู้สึกหายใจไม่ออก เริ่มวิงเวียน และสลบไป คนในครอบครัวพวกเขามี 3 คนที่เสียชีวิต

เหยื่ออีกรายหนึ่งชื่อ อาห์เหม็ด อับเดล ราฮิม อายุ 31 ปี พูดถึงเหตุการณ์ว่ามีสารพิษปล่อยออกมาจากจรวดมิสไซล์ 3 ลำ ในตอนนั้นเขาอยู่ในบ้านและมีอาการหายใจลำบาก เขายังไม่ทราบเลยว่าครอบครัวเขาปลอดภัยดีหรือไม่

นักข่าวในพื้นที่รายงานว่าพวกเขาไม่พบเห็นว่ามีกองกำลังติดอาวุธใดๆ อยู่ในพื้นที่เมืองที่ถูกโจมตีแต่มีการวางกำลังกลุ่มกบฏเรียงรายอยู่อย่างหลวมๆ รอบเมือง

บอริส จอห์นสัน รัฐมนตรีต่างประเทศของสหราชอาณาจักรกล่าวว่าหลักฐานต่างก็ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลอัสซาดน่าจะเป็นคนก่อเหตุโดยใช้อาวุธที่ผิดกฎหมายและโจมตีประชาชนของตัวเองอย่างป่าเถื่อน ทางด้านโดนัลด์ ทรัมป์ เป็น "การสบประมาทต่อมนุษย์ชาติอย่างเลวร้าย"

ฝ่ายกองกำลังของอัสซาดปฏิเสธว่าพวกเขาไม่ได้ใช้อาวุธเคมีและอ้างว่าเป็นฝีมือของฝ่าย "ผู้ก่อการร้าย" ซีเอ็นเอ็นตั้งข้อสงสัยว่ากลุ่มก่อการร้ายและกลุ่มกบฏในซีเรียไม่มีศักยภาพมากพอในการโจมตีทางอากาศ แต่ผู้เห็นเหตุการณ์บอกว่าอาวุธเคีในครั้งนี้มาจากการโจมตีทางอากาศ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการโจมตีด้วยอาวุธเคมีในซีเรีย ก่อนหน้านี้ในปี 2556 เคยมีเหตุโจมตีด้วยอาวุธเคมีมาแล้วในย่านกูตาโดยที่ผู้ก่อเหตุยังไม่ถูกลงโทษ โดยในรายงานของยูเอ็นระบุว่าในครั้งนั้นมีการใช้แก๊สซารินโจมตีส่งผลให้มีพลเรือนผู้เสียชีวิตราว 1,400 คน


เรียบเรียงจาก

Syria chemical attack: Russia explanation rejected, CNN, 05-04-2017
http://edition.cnn.com/2017/04/05/middleeast/idlib-syria-attack/

Syria chemical 'attack': Russia faces fury at UN Security Council, BBC, 05-04-2017
http://www.bbc.com/news/world-middle-east-39500319

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.