ยกฟ้องคดีที่ 2 ของจำเลยคดียิงกปปส.ตราด เหตุถูกทหารชักจูงให้ปรักปรำตัวเอง-ไม่มีประจักษ์พยาน

Posted: 27 Dec 2016 08:38 AM PST  (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เวบไซท์ประชาไท)

ศาลอาญายกฟ้องคดีที่ 2 ของ 'สมศักดิ์' อดีตจำเลยคดียิง กปปส. ตราดปี 57 ในข้อหาครอบครองอาวุธ ศาลยกเหตุไม่มีประจักษ์พยาน-หลักฐานยืนยันว่าเกี่ยวข้องกับของอาวุธกลางในคดี และคำให้การในชั้นสอบสวนมีการตกลงกับทหารมาก่อนถือเป็นการจูงใจโดยมีผลตอบแทน โดยคดีแรกยกฟ้องข้อหาร่วมกันฆ่าในคดียิงเวที กปปส. ตราดไปแล้วเมื่อต้นปี

27 ธ.ค. 2559 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก มีนัดฟังคำพิพากษาคดีที่ 2 ของสมศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ข้อหาครอบครองอาวุธสงคราม เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ามีการครอบครองและเคลื่อนย้ายอาวุธที่เป็นของ มนัญชยา เกตุแก้ว และ กริชสุดา คุนะแสน ไปส่งต่อให้ จันทนา วรากรสกุลกิจ อีกทั้งยังอาวุธปืนของกลางในคดีนี้ตามฟ้องระบุว่าถูกเอาไปใช้ในเหตุการณ์คดีแรกของสมศักดิ์ที่เขาถูกกล่าวหาว่าร่วมกันก่อเหตุยิงเวที กปปส. จ.ตราด เมื่อ ก.พ. 2557 ซึ่งในคดีแรกศาลจังหวัดตราดได้ยกฟ้องไปแล้วเมื่อ 27 ม.ค.2559

โดย ศาลมีคำพิพากษาให้ยกฟ้อง เนื่องจากพยานหลักฐานของโจทก์ยังมีความสงสัยว่า สมศักดิ์ ได้กระทำความผิดจริงตามฟ้องหรือไม่ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226/3

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิฯ รายงานว่า ศาลได้อ่านคำพิพากษาสรุปได้ว่าข้อเท็จจริงเบื้องต้นปรากฏว่าเมื่อวันที่ 21 พ.ค.2557 เวลา 10.30 น. ทหารสังกัด ร.29 พัน 3 สังกัดกองทัพภาคที่ 1 ซึ่งมีอำนาจตามกฎอัยการศึกเข้าทำการตรวจค้นพบอาวุธและยุทธภัณฑ์ในห้องเช่าแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรสาคร และได้ทำการจับกุม จันทนา วรากรณ์สกุลกิจ ซึ่งศาลต้องพิจารณาว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้องอัยการซึ่งเป็นโจทก์ในคดีนี้หรือไม่

พ.ต.ต.สุระพงษ์ ตรีสมพงษ์ เบิกความว่าได้เข้าไปสอบปากคำนายสมศักดิ์ที่เรือนจำกลาง จ.ตราด จำเลยถูกสอบปากคำในฐานะพยานคดีครอบครองอาวุธสงคราม โดยจำเลยให้การว่าเมื่อเดือน เม.ย. ถึง พ.ค. 2557 ได้รับการติดต่อจาก มนัญชยา เกตุแก้ว ให้ไปรับอาวุธสงครามที่บ้านของ มนัญชยา ที่ชลบุรี โดยเดินทางไปด้วยรถกระบะพร้อมกับ เสก จันทสาร และชายอีก 4-5 คน จากนั้นได้นำอาวุธไปไว้ในท้ายรถของพวกเขา จากนั้นจำเลยได้นำอาวุธไปเก็บที่บ้านของจำเลยใน จ.ระยอง ก่อน จากนั้นเดือน พ.ค. 2557 มนัญชยา ได้ให้จำเลยนำอาวุธที่ฝากไว้มาให้ที่พุทธมณฑลสาย 4 วันนั้น จันทนา ได้นำรถตู้มารับอาวุธสงครามไป

โจทก์ยังนำ พ.ต.อ.อภิชน เจริญผล พนักงานสอบสวนผู้สอบปากคำ ชวัลรัตน์ ชาติชัยภูมิ เบิกความว่า วัลรัตน์ อยู่กินกับจำเลย เคยพบว่า มนัญชยา และ กริชสุดา มีการติดต่อกับจำเลยให้นำอาวุธสงครามที่อยู่ในการครอบครองของจำเลยไปไว้ที่บ้านของ จันทนา พยานได้นำภาพของอาวุธปืน M3 ให้ ชวัลรัตน์ ดู ชวัลรัตน์ บอกว่าตรงกับอาวุธที่จำเลยนำมาที่บ้าน

ทั้งนี้คดีนี้ไม่มีประจักษ์พยานขณะเกิดเหตุ โจทก์มีเพียงคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนที่ให้การในฐานะพยานตามที่ พ.ต.ต.สุระพงษ์เบิกความเอาไว้ อีกทั้งโจทก์ไม่สามารถนำผู้ที่ได้เห็นได้ยินเหตุการณ์มาให้การเป็นพยานได้ จึงเป็นเหตุจำเป็นที่ศาลต้องรับฟังคำให้การของจำเลยและน.ส.ชวัลรัตน์ ตาม ป.วิ อาญา 226/3 (2) และ 227/1 ที่ศาลต้องรับฟังพยานหลักฐานด้วยความระมัดระวัง

กระนั้นคำให้การของ สมศักดิ์ ไม่มีรายละเอียดชัดแจ้งว่าอาวุธที่นำไปส่งมอบให้ จันทนา เป็นชนิดหรือประเภทใด และจำนวนเท่าใด

อีกทั้งจำเลยยังนำสืบด้วยว่าคำให้การที่พนักงานสอบสวนมาสอบสวนจำเลยระหว่างถูกขังในเรือนจำตราดฯ นั้นยังเกิดขึ้นจากการตกลงกันว่าหากจำเลยให้ความร่วมมือจะไม่มีการดำเนินคดีกับจำเลยและ ชวัลรัตน์ และคำให้การดังกล่าวทหารยังเป็นคนบอกจำเลยว่าให้พูดตาม แล้วจำเลยก็ไม่ได้อ่านบันทึกคำให้การของตนก่อนอีกด้วย จึงเป้นหลักฐานที่มาจากการจูงใจไม่ได้ให้การด้วยความสมัครใจ จึงเป็นหลักฐานที่ไม่สามารถรับฟังได้ และคำให้การของ ชวัลรัตน์ ที่เป็นพยานเอกสาร จำเลยก็ไม่มีโอกาสที่จะซักค้านพยานด้วย พยานหลักฐานของโจทก์จึงไม่หนักแน่นเพียงพอที่จะใช้ในการพิจารณาลงโทษจำเลย

ดังนั้นศาลจึงมีคำพิพากษาให้ยกฟ้อง เนื่องจากพยานหลักฐานของโจทก์ยังมีความสงสัยว่าสมศักดิ์ได้กระทำความผิดจริงตามฟ้องหรือไม่ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226/3

คดีนี้สืบเนื่องมาจาก สมศักดิ์ ได้ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2557 โดยทหารได้เข้าจับกุม เขาพร้อมภรรยาที่โรงแรมสวีตอิน อ.เขาสมิง จ.ตราด ในการจับกุมทหารจำนวนหลายนาย พร้อมอาวุธได้ใช้ระเบิดควันยิงเข้าไปในห้องพักของโรงแรมก่อนและดำเนินการพังประตูห้องเข้าไปจับกุมตัวทั้งสองคน จากนั้นถูกใช้ผ้าปิดตาและมัดข้อมือไขว้หลังด้วยสายรัดแล้วถูกนำตัวขึ้นรถ จากนั้นก็ถูกนำตัวไปควบคุมไว้ที่ค่ายทหาร และทหารได้ทำการสอบสวนด้วยการข่มขู่ มีการคลุมศีรษะด้วยถุง และทำร้ายร่างกายจนกระทั่งปัสสาวะราด รวมถึงสร้างสถานการณ์จำลองว่าทหารจะมีเจตนาฆ่านายสมศักดิ์ เพื่อให้เกิดความหวาดกลัว เพื่อบังคับให้นายสมศักดิ์ยอมให้ข้อมูลและรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุกราดยิงเวที กปปส. ตราดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2557 มาก่อน

โพสต์ความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.