"คุณหญิงสุดารัตน์" ยืนยันพรรคเพื่อไทยพร้อมนำร่องน้อมนำพระราชปณิธานของรัชกาลที่ 10 มาเป็นกุญแจไขประตูนำสังคมไทยออกจากความขัดแย้ง

#TV24 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ผ่านไทยรัฐแสดงความเห็นทางการเมืองในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ปี 2560 โดยไทยรัฐระบุว่าคุณหญิงสุดารัตน์คืออีกบุคคลหนึ่งที่มีชื่อถูกวางตัวให้เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า ในปี 2560 ควรจะเป็นปีเริ่มต้นทำให้เกิดสิ่งที่ดีๆในบ้านเมือง ให้บ้านเมืองเดินสู่ความศิวิไลซ์ โดยเฉพาะทุกฝ่ายที่มีหน้าที่ทำงานเพื่อบ้านเมือง ควรน้อมนำพระราชดำรัสของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ที่ทรงมีพระประสงค์ให้ประชาชนมีความสุข ประเทศชาติสงบสุขสันติ ไม่มีความขัดแย้งมาปฏิบัติ

โดยพรรคเพื่อไทยในฐานะที่เป็นสถาบันทางการเมือง จะน้อมนำพระราชดำรัสนี้ใส่เกล้าไว้สูงสุด เพื่อเป็นแนวทางในการทำงานและการกำหนดนโยบายของพรรคในอนาคต เพราะความแตกแยกที่เกิดขึ้นมากว่า 10 ปี ทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสในการพัฒนาประเทศและได้สร้างปัญหา สร้างความยากลำบากให้คนไทย จึงถึงเวลาหยุดเล่นกีฬาสีแห่งการแย่งชิงอำนาจ กลับมาเคารพกติกาประชาธิปไตยแทนวิถีต่อสู้บนท้องถนน ใช้กฎหมายอย่างเที่ยงธรรมตามหลักนิติธรรม

ซึ่งทุกฝ่ายสมควรจะต้องทบทวนตัวเอง ทั้งฝ่ายการเมือง ฝ่ายกองทัพ จะต้องปรับบทบาทการดำเนินงานให้สอดคล้องสนองพระราชปณิธานของพระองค์ท่านให้ได้

คุณหญิงสุดารัตน์ ย้ำว่าในวันนี้ใครก็ตามที่รักบ้านเมืองจริง จะต้องร่วมมือและหันหน้ามาช่วยกันคิดหาทางออกจากภาวะความขัดแย้ง เพื่อสร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้นแก่ประชาชนและนักลงทุน เพื่อให้การค้า การลงทุนฟื้นกลับคืนมา ตราบใดที่ประเทศไทยยังมีความขัดแย้ง เศรษฐกิจก็ยากที่จะฟื้นกลับมา

ในขณะที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คุณหญิงสุดารัตน์เปิดว่ามีนักธุรกิจญี่ปุ่นมองว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ทำให้รัฐบาลไทยไม่สามารถให้ความมั่นใจและไม่มีอำนาจคุ้มครองนักลงทุน ญี่ปุ่นจำเป็นจะต้องย้ายการลงทุนไปที่อื่น การบังคับใช้กฎหมายจึงเป็นอีกปัจจัยที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ยิ่งออกกฎหมายหรือกติกาที่ขัดต่อหลักสากล ยิ่งทำให้นักธุรกิจไทยและต่างประเทศไม่มั่นใจอนาคตของประเทศ

คุณหญิงสุดารัตน์ เสนอความเห็นส่วนตัวว่า พรรคเพื่อไทยต้องทบทวนบทบาทที่ผ่านมา และปรับปรุงการทำงาน พร้อมน้อมนำพระราชปณิธานของรัชกาลที่ 10 มาปฏิบัติอย่างจริงจัง โดยเฉพาะที่พระองค์ท่านได้พระราชทานกุญแจมาไขประตูออกจากปัญหาความขัดแย้ง ซึ่งหากฝ่ายอื่นไม่พร้อมที่จะไขกุญแจ พรรคเพื่อไทยจะขอนำร่องไขกุญแจก่อน

เพราะพรรคเพื่อไทยเป็นสถาบันทางการเมืองที่ยึดมั่นและส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ยึดมั่นการแก้ไขปัญหาด้วยระบบและกฎหมาย ไม่สนับสนุนการกระทำที่นำไปสู่ความขัดแย้ง ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะกลายเป็นเครื่องมือและกลไกแก้ปัญหาของประเทศที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่เป็นปัญหาใหญ่อยู่ในขณะนี้ .

โพสต์ความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.