
อย่าลืมสมบัด สมพอน: เสียงเรียกร้องจากภรรยานักกิจกรรรมชาวลาวที่หายตัวไป
นางเอ็ง ชุ่ยเหม็ง ภรรยาของนายสมบัด สมพอน นักสิทธิและพัฒนาสังคมชาวลาวซึ่งหายตัวไปเป็นเวลากว่า 4 ปีแล้ว เรียกร้องนักสิทธิมนุษยชนในเอเชียและยุโรปช่วยหาทางคลี่คลายกรณีการหายตัวของสามี
นายสมบัดถูกลักพาตัวในกรุงเวียงจันทน์ในช่วงเย็นของวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2555 โดยกล้องวงจรปิดแสดงภาพที่มีตำรวจเรียกเขาลงมาจากรถและนำเขาขึ้นรถกระบะไป อย่างไรก็ตาม รัฐบาลลาวได้ปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของเขา ขณะที่นักสิทธิมนุษยชนจำนวนมากตั้งข้อสังเกตว่า นายสมบัดหายตัวไปหลังจากที่เป็นผู้ประสานงานหลักให้เกิดการประชุมภาคประชาชนเอเชีย-ยุโรปครั้งที่ 9 ที่กรุงเวียงจันทน์เมื่อ 4 ปีก่อน และในงานนั้นเขาพูดถึงความล้มเหลวของการพัฒนาที่ไม่สมดุล
นางเอ็ง ชุ่ยเหม็ง ภรรยาของนายสมบัด สมพอน นักสิทธิและพัฒนาสังคมชาวลาวซึ่งหายตัวไปเป็นเวลากว่า 4 ปีแล้ว เรียกร้องนักสิทธิมนุษยชนในเอเชียและยุโรปช่วยหาทางคลี่คลายกรณีการหายตัวของสามี
นายสมบัดถูกลักพาตัวในกรุงเวียงจันทน์ในช่วงเย็นของวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2555 โดยกล้องวงจรปิดแสดงภาพที่มีตำรวจเรียกเขาลงมาจากรถและนำเขาขึ้นรถกระบะไป อย่างไรก็ตาม รัฐบาลลาวได้ปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของเขา ขณะที่นักสิทธิมนุษยชนจำนวนมากตั้งข้อสังเกตว่า นายสมบัดหายตัวไปหลังจากที่เป็นผู้ประสานงานหลักให้เกิดการประชุมภาคประชาชนเอเชีย-ยุโรปครั้งที่ 9 ที่กรุงเวียงจันทน์เมื่อ 4 ปีก่อน และในงานนั้นเขาพูดถึงความล้มเหลวของการพัฒนาที่ไม่สมดุล
นางเอ็ง ชุ่ยเหม็งกล่าวในการประชุมร่วมภาคประชาชนเอเชีย-ยุโรปซึ่งกำลังมีการประชุมอยู่ในขณะนี้ ที่เมืองอูลานบาตอร์ ประเทศมองโกเลีย เรียกร้องให้นักสิทธิมนุษยชนและนักกิจกรรมในเอเชียร่วมกันติดตามกรณีการหายตัวของนายสมบัด สมพอน และระบุว่าสิ่งที่กลัวอย่างยิ่งก็คือการที่นายสมบัดจะถูกลืมไปในที่สุด เพราะในความเป็นจริงทุกๆ คนมีสิ่งอื่นๆ ที่ต้องทำ โดยนางชุ่ยเหม็งเรียกร้องให้สานต่อเจตนารมณ์ของสมบัด สมพอน ที่ต้องการให้ภาคประชาชนทำงานร่วมกับทั้งรัฐบาลและภาคเอกชน เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และแม้เวลาผ่านไปกว่า 4 ปื นางชุ่ยเหม็งก็ยังคงมีความหวังว่าสักวันหนึ่งนายสมบัดจะกลับมาอย่างปลอดภัย
น.ส. พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ เจ้าหน้าที่ฝ่ายเอเชียตะวันออก สภาเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาแห่งเอเชีย หรือ ฟอรัม-เอเชียกล่าวว่าการหายตัวของนายสมบัด เป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็งของปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษชนในลาว เนื่องจากอุปสรรคที่สำคัญคือ ไม่มีใครรู้ว่าในประเทศลาวเกิดอะไรขึ้นบ้าง ขณะที่ท่าทีของรัฐบาลลาวนั้นชัดเจนว่าไม่ต้อนรับภาคประชาสังคม หรือองค์กรพัฒนาเอกชน ดังตัวอย่างที่ชัดเจนคือปีนี้ลาวจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน หรืออาเซียนซัมมิท ซึ่งเป็นการประชุมระหว่างผู้นำรัฐบาล และทุกๆ ปีจะมีการจัดเวทีคู่ขนานของภาคประชาชนไปพร้อมกันในประเทศเจ้าภาพ แต่ปีนี้ทางการลาวไม่อนุญาตให้มีการจัดประชุมเวทีคู่ขนานของภาคประชาชนได้ โดยภาคประชาสังคมอาเซียนต้องไปจัดการประชุมคู่ขนานที่ประเทศติมอร์ เลสเต้ ในวันที่ 1-5 ส.ค. แทน
“การที่เขาหายไปทำให้ภาคประชาสังคมจากภายนอกขาดการเชื่อมโยงกับภาคประชาสังคมลาว และส่วนหนึ่งก็ถือว่าเป็นการสร้างความกลัวที่ได้ผล เมือสมบัด สมพอนหายไป ก็ไม่นักกิจกรรมในลาวที่พูดถึงเรื่องนี้อย่างเปิดเผยในที่สาธารณะ” พิมพ์สิริกล่าว
ภาพ: ผู้เข้าร่วมประชุมภาคประชาสังคมเอเชีย-ยุโรปร่วมกันรำลึกถึงการหายตัวของนักกิจกรรมชาวลาว ระหว่างการประชุมที่เมืองอูลานบาตอร์ มองโกเลีย
น.ส. พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ เจ้าหน้าที่ฝ่ายเอเชียตะวันออก สภาเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาแห่งเอเชีย หรือ ฟอรัม-เอเชียกล่าวว่าการหายตัวของนายสมบัด เป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็งของปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษชนในลาว เนื่องจากอุปสรรคที่สำคัญคือ ไม่มีใครรู้ว่าในประเทศลาวเกิดอะไรขึ้นบ้าง ขณะที่ท่าทีของรัฐบาลลาวนั้นชัดเจนว่าไม่ต้อนรับภาคประชาสังคม หรือองค์กรพัฒนาเอกชน ดังตัวอย่างที่ชัดเจนคือปีนี้ลาวจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน หรืออาเซียนซัมมิท ซึ่งเป็นการประชุมระหว่างผู้นำรัฐบาล และทุกๆ ปีจะมีการจัดเวทีคู่ขนานของภาคประชาชนไปพร้อมกันในประเทศเจ้าภาพ แต่ปีนี้ทางการลาวไม่อนุญาตให้มีการจัดประชุมเวทีคู่ขนานของภาคประชาชนได้ โดยภาคประชาสังคมอาเซียนต้องไปจัดการประชุมคู่ขนานที่ประเทศติมอร์ เลสเต้ ในวันที่ 1-5 ส.ค. แทน
“การที่เขาหายไปทำให้ภาคประชาสังคมจากภายนอกขาดการเชื่อมโยงกับภาคประชาสังคมลาว และส่วนหนึ่งก็ถือว่าเป็นการสร้างความกลัวที่ได้ผล เมือสมบัด สมพอนหายไป ก็ไม่นักกิจกรรมในลาวที่พูดถึงเรื่องนี้อย่างเปิดเผยในที่สาธารณะ” พิมพ์สิริกล่าว
ภาพ: ผู้เข้าร่วมประชุมภาคประชาสังคมเอเชีย-ยุโรปร่วมกันรำลึกถึงการหายตัวของนักกิจกรรมชาวลาว ระหว่างการประชุมที่เมืองอูลานบาตอร์ มองโกเลีย
แสดงความคิดเห็น