ผู้นำสหราชอาณาจักรตั้งเป้ากำจัดการใช้แรงงานทาสยุคใหม

นางเทเรซ่า เมย์ นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร เขียนบทความต่อต้านการใช้แรงงานทาสยุคใหม่ "Theresa May: We will lead the way in defeating modern slavery" เผยแพร่ลงในหนังสือพิมพ์เดอะ ซันเดย์ เทเลกราฟ ของสหราชอาณาจักร วันนี้ (31 ก.ค.) โดยระบุว่าสหราชอาณาจักรจะเป็นผู้นำของโลกในการกำจัดแรงงานทาสยุคใหม่

เนื้อหาในบทความของนางเมย์ ระบุว่ารัฐบาลของตนจะจัดตั้งคณะทำงานปราบปรามการใช้แรงงานทาสยุคใหม่อย่างเป็นทางการ เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรงในยุคสมัยปัจจุบัน และคนจำนวนมากเดินทางไปต่างแดนเพราะหวังว่าจะมีงานทำอย่างถูกกฎหมาย แต่กลับถูกหลอก ถูกบังคับใช้แรงงาน ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวและทรมาน ไม่ว่าจะเป็นแรงงานในร้านทำเล็บ แรงงานในโรงงาน แรงงานในภาคเกษตร หรือแรงงานในเรือประมง ส่วนผู้หญิงอีกเป็นจำนวนมากถูกบังคับให้ค้าประเวณี และเด็กถูกสอนให้เป็นมิจฉาชีพ

กระทรวงมหาดไทยของสหราชอาณาจักรประเมินว่ามีผู้ตกเป็นเหยื่อการใช้แรงงานทาสยุคใหม่ภายในประเทศราว 10,000-13,000 คน ขณะที่จำนวนผู้ถูกบังคับใช้แรงงานเยี่ยงทาสทั่วโลก อาจมีมากกว่า 45 ล้านคน

เมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา มีการดำเนินคดีผู้กระทำผิดฐานเกี่ยวพันการใช้แรงงานทาสยุคใหม่ในสหราชอาณาจักรทั้งหมด 289 คดี ขณะที่ทนายความบางรายเผยว่าตำรวจและหน่วยงานยุติธรรมในประเทศไม่สามารถจัดการคดีเกี่ยวกับการค้าแรงงานทาสได้อย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ได้ระบุสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาดังกล่าว

ด้วยเหตุนี้ นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรจึงได้เสนอให้มีการจัดสรรงบประมาณราว 33 ล้านปอนด์ (ราว 1,518 ล้านบาท) เพื่อนำไปใช้ช่วยเหลือผู้ตกเป็นเหยื่อการใช้แรงงานทาสยุคใหม่ที่พบในสหราชอาณาจักร และนำไปใช้จัดตั้งโครงการนำร่องเพื่อป้องกันการค้ามนุษย์ในประเทศต้นทางที่มีผู้ตกเป็นเหยื่อ

(ภาพประกอบจากคลังภาพ: นักกิจกรรมขององค์กรระหว่างประเทศ Amnesty International รณรงค์ต่อต้านการใช้แรงงานทาสยุคใหม่เมื่อปี 2551)

โพสต์ความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.