
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคไทยแตะระดับต่ำสุดในรอบ 25 เดือน
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนมิถุนายน 2559 ว่า มีการปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 71.6 โดยเป็นการปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ลงมาอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 25 เดือน ซึ่งเป็นผลมาจากความกังวลที่สหราชอาณาจักรลงประชามติออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ซึ่งส่งผลให้เกิดความผันผวนต่อเศรษฐกิจโลก
ภาวะการณ์ดังกล่าว อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อทิศทางการฟื้นตัวของการส่งออกและเศรษฐกิจภายในอนาคตของไทย ประกอบกับเดือนพฤษภาคมการส่งออกของไทยขยายตัวติดลบร้อยละ 4.4 ซึ่งเป็นการติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ด้านราคาพืชผลทางการเกษตรนั้นแม้จะปรับตัวดีขึ้น แต่ยังอยู่ในระดับต่ำและผู้บริโภคยังมีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาค่าครองชีพ ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลดลงต่อเนื่อง
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนมิถุนายน 2559 ว่า มีการปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 71.6 โดยเป็นการปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ลงมาอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 25 เดือน ซึ่งเป็นผลมาจากความกังวลที่สหราชอาณาจักรลงประชามติออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ซึ่งส่งผลให้เกิดความผันผวนต่อเศรษฐกิจโลก
ภาวะการณ์ดังกล่าว อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อทิศทางการฟื้นตัวของการส่งออกและเศรษฐกิจภายในอนาคตของไทย ประกอบกับเดือนพฤษภาคมการส่งออกของไทยขยายตัวติดลบร้อยละ 4.4 ซึ่งเป็นการติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ด้านราคาพืชผลทางการเกษตรนั้นแม้จะปรับตัวดีขึ้น แต่ยังอยู่ในระดับต่ำและผู้บริโภคยังมีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาค่าครองชีพ ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลดลงต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ยังปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 60.6 ด้วย ส่วนโอกาสในการหางานทำก็ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 66.5 เช่นกัน มีเพียงผลสำรวจเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 87.6
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยกล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนมิถุนายนที่ยังปรับตัวลดลงต่อเนื่อง เป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจยังฟื้นตัวช้าและยังมีการจ้างงานในระดับต่ำ ทำให้ประเมินได้ว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้อาจโตต่ำกว่าร้อยละ 3 หรืออยู่ในกรอบราวร้อยละ 2.7 - 3.2 ทั้งนี้ตนมองว่ารัฐบาลต้องเร่งเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อให้เงินลงทุนเข้าไปสู่ระบบ และในส่วนของงบท้องถิ่นจะต้องเดินหน้าให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม
(ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ)
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยกล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนมิถุนายนที่ยังปรับตัวลดลงต่อเนื่อง เป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจยังฟื้นตัวช้าและยังมีการจ้างงานในระดับต่ำ ทำให้ประเมินได้ว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้อาจโตต่ำกว่าร้อยละ 3 หรืออยู่ในกรอบราวร้อยละ 2.7 - 3.2 ทั้งนี้ตนมองว่ารัฐบาลต้องเร่งเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อให้เงินลงทุนเข้าไปสู่ระบบ และในส่วนของงบท้องถิ่นจะต้องเดินหน้าให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม
(ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ)
แสดงความคิดเห็น