ฝรั่งเศสดำเนินคดีบุคคล 5 คนฐานมีส่วนในการก่อเหตุใช้รถบรรทุกพุ่งชนคนตาย 84 คนที่เมืองนีซ
บุคคลทั้ง 5 ประกอบด้วยผู้ชาย 4 ผู้หญิง 1 อายุอยู่ระหว่าง 22-40 ปี พวกเขาถูกกล่าวหาว่าให้ความช่วยเหลือคนขับรถบรรทุกคันดังกล่าวคือนายโมฮัมเหม็ด ลาฮูไอเยจ์–บูห์ลัล หนึ่งในนั้นยังได้ย้อนกลับไปที่สถานที่เกิดเหตุเพื่อไปถ่ายภาพผลที่เกิดขึ้นอีกด้วย
นายลาฮูไอเยจ์-บูห์ลัลขับรถชนฝูงคนในวันบาสตีย์ ทำให้คนตาย 84 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 300 คน อัยการฝรั่งเศส นายฟรองซัวส์ โมแลงส์บอกว่า คนทั้งห้าได้ให้ความช่วยเหลือผู้ลงมือ และพวกเขาวางแผนการโจมตีล่วงหน้าหลายเดือน
ในบรรดาคนทั้งหมด มีคนฝรั่งเศสเชื้อสายตูนิเซียชื่อรัมซี เอ และโมฮัมเหม็ด ควาลิด จี กับชาวตูนิเซียชื่อโชกรี ซี ทั้งสามถูกตั้งข้อหาสมคบคิดช่วยเหลือให้มีการฆาตกรรมโดยกลุ่มที่มีความเชื่อมโยงกับการก่อการร้าย อีกคนหนึ่งเป็นชาวแอลเบเนียชื่อ อาร์ตาน และผู้หญิงชื่อเอ็นเคลด์ยา ต่างถือสองสัญชาติคือฝรั่งเศสและแอลเบเนีย สองคนหลังต้องสงสัยว่าเป็นผู้หาอาวุธปืนให้กับคนขับรถบรรทุก เจ้าหน้าที่กล่าวว่า คนทั้งหมดไม่มีประวัติในการก่อเหตุมาก่อน แม้ว่ารัมซี เอจะเคยกระทำความผิดในเรื่องยาเสพติดและลักเล็กขโมยน้อยก็ตาม
เจ้าหน้าที่บอกด้วยว่า ข้อมูลที่ได้จากโทรศัพท์ของคนขับรถบรรทุกแสดงให้เห็นว่าเขาได้ค้นหาภาพต่างๆ และนั่นบ่งบอกว่า เขาคิดเรื่องการวางแผนจะก่อเหตุตั้งแต่ปี 2558 ด้านกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลามหรือไอเอสบอกว่า นายลาฮูไอเยจ์-บูห์ลัลเป็นนักรบคนหนึ่งในสังกัดไอเอส แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าเขาไม่อยู่ในบัญชีคนที่จะต้องถูกจับตาและเฝ้าดู
หลังเหตุการณ์การขับรถชนคนตายหนนี้ ฝรั่งเศสได้ประกาศใช้มาตรการฉุกเฉินจนถึงเดือนม.ค.ปีหน้า มาตรการดังกล่าวให้อำนาจเจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจค้นและสั่งกักบริเวณห้ามออกนอกบ้านได้ด้วย อีกด้านยังได้มีการตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันเกิดเหตุคือเมื่อ 14 ก.ค. เนื่องจากมีหลายฝ่ายอ้างว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่น้อยเกินไปทำให้หยุดยั้งรถบรรทุกคันดังกล่าวไม่ทัน สื่อฝรั่งเศสรายงานว่า ในวันนั้นมีรถของตำรวจในท้องที่ทำงานเพียงคันเดียว และไม่มีเวลาหรืออาวุธที่จะหยุดยั้งรถไว้ได้ แต่รัฐมนตรีกิจการภายในโต้ว่า รายงานข่าวดังกล่าวกำลังพูดถึงอีกกรณีหนึ่งที่เป็นเรื่องของการสกัดรถบนถนนอีกสายหนึ่งเพื่อหันเหการจราจรไปทิศทางอื่น ส่วนถนนสายหลักที่ผ่านสถานที่เกิดเหตุในวันนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าดูแล 6 นาย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่กลุ่มแรกที่เข้าถึงรถบรรทุกคันดังกล่าว

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.