จับกุมนักข่าว-นักกิจกรรมให้กำลังใจศูนย์ปราบโกงฯ อีกบรรยากาศถดถอยของประชามติ 59

วันนี้ (10 กรกฎาคม 2559) สมาชิกกลุ่มประชาธิปไตยใหม่พร้อมเพื่อนอีกสองคน เดินทางมาให้กำลังใจชาวบ้านที่บ้านโป่ง เข้ารับทราบข้อกล่าวหาขัดคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ขณะเดินทางกลับไปขึ้นรถ ถูกเจ้าหน้าที่ค้นท้ายรถกะบะ พบว่ามีเอกสารเกี่ยวกับการรณรงค์ประชามติอยู่ ก่อนถูกนำตัวไปทำบันทึกจับกุมซึ่งมีนักข่าวประชาไทที่มาลงพื้นที่ทำข่าวถูกคุมตัวไปด้วยรวมเป็นสี่คน ในข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.ประชามติฯ มาตรา 61 วรรคสอง และจะส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดราชบุรี

ช่วงมิถุนายน 2559 มีประกาศตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติทั่วประเทศ ในส่วนกลางที่ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าวถูกเจ้าหน้าที่อ้างคำสั่ง หัวหน้า คสช. เพื่อปิดศูนย์ดังกล่าว ส่วนในหลายจังหวัดมีทั้งที่เปิดได้และเปิดไม่ได้ จุดหนึ่งที่สามารถเปิดศูนย์ดังกล่าวได้ คือที่ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี แต่เเล้วผู้ที่ร่วมเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติที่บ้านโป่งกลับได้รับหมายเรียกจาก สภ.บ้านโป่ง เนื่องจากมีผู้มาแจ้งความให้พนักงานสอบสวน สภ.บ้านโป่ง ดำเนินคดีกับผู้เปิดศูนย์ปราบโกงฯ ดังกล่าว จากเหตุขัดคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 ข้อหาร่วมกันมั่วสุมหรือชุมนุมทางการ เมืองในที่เกิดเหตุเกิน 5 คนขึ้นไป ด้วยการขึ้นแสดงป้ายศูนย์ปราบโกงประชามติโดยไม่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้า คสช. (http://prachatai.org/journal/2016/06/66421)

กระทั่งวันนี้ ที่ สภ.บ้านโป่ง ปกรณ์ อารีกุล หนึ่งในสมาชิกขบวนการประชาธิปไตยใหม่ พร้อมอนันต์และอนุชา เดินทางมาให้กำลังใจชาวบ้านที่บ้านโป่ง ซึ่งถูกเรียกรายงานตัวเข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่ สน. ขณะเดินทางกลับไปขึ้นรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจค้นท้ายรถกระบะ พบว่ามีเอกสารเกี่ยวกับการรณรงค์ประชามติอยู่ จึงเชิญตัวเข้ามาสอบสวน ทั้งนี้ ทวีศักดิ์ เกิดโภคา ผู้สื่อข่าวประชาไท ถูกนำตัวเข้าไปสอบสวนด้วย รวมสี่คนซึ่ง บันทึกการจับกุมระบุว่าได้ตรวจยึดของกลาง 14 รายการ มีเอกสาร สติ๊กเกอร์ เครื่องเสียง และรถยนต์ของผู้ต้องหา หนึ่งในของกลางที่ ตร.ยึด นอกจากเอกสารรณรงค์ประชามติแล้ว ยังมีกล่องบริจาคสมทบทุนกิจกรรมของกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ พร้อมเงินในกล่อง 2,571บาท
(http://www.matichon.co.th/news/207393)

จากบันทึกการจับกุม ระบุอีกว่า ทั้งสี่คนร่วมกันเผยแพร่ข้อความฯ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ประชามติ ม.61 วรรคสอง และมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวทั้งหมดในชั้นตำรวจ โดยตั้งข้อหาผิด พ.ร.บ .ประชามติ มาตรา 61 วรรคสอง และจะส่งทั้งสี่คนฝากขังที่ศาลจังหวัดราชบุรีพรุ่งนี้ (10 กรกฎาคม 2559)
จากเหตุการณ์ค้นรถและจับกุมนักกิจกรรมและนักข่าวเรื่องรณรงค์ประชามติวันนี้ ไอลอว์มีข้อสังเกตว่า หลักฐานที่เจ้าหน้าที่ใช้เอาผิดในกรณีนี้ คือ บันทีกจับกุม มีเอกสาร สติ๊กเกอร์ เครื่องเสียง และรถยนต์ เอกสารประชามติ นอกจากนี้ยังมีกล่องบริจาค พร้อมเงินในกล่อง 2,571บาท ซึ่งไม่มีกฎหมายฉบับใดระบุว่าการครอบครองสิ่งของเหล่านี้เป็นความผิด

ต่อให้เอกสารดังกล่าว มีเนื้อหาที่ผิดไปจากข้อเท็จจริง หรือมีลักษณะรุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย ปลุกระดม หรือข่มขู่ โดยมุ่งหวังเพื่อให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง" ตามตามวรรคสอง ของมาตรา 61 ของ พ.ร.บ.ประชามติฯ แต่ผู้ที่ถูกจับกลุ่มทั้งสี่คนในวันนี้ก็ยังไม่ได้เผยแพร่หรือแจกจ่ายเอกสารดังกล่าว การแสดงออกทางความคิดเห็นยังไม่เกิดขึ้น จึงยังไม่เข้าองค์ประกอบความผิด
แม้ว่าเอกสารบางอย่างจากเคยถูกเผยแพร่มาแล้วทั้งทางออนไลน์และทางกิจกรรมต่างๆ แต่การจับกุมวันนี้เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้พบเห็นการเผยแพร่อันเป็นความผิดซึ่งหน้า เจ้าหน้าที่จึงไม่มีอำนาจใเที่จะจับกุมและตั้งข้อกล่าวหาได้

ก่อนหน้านี้ บรรยากาศออกเสียงประชามติมีภาวะถดถอยของการรณรงค์ ตั้งแต่ช่วงวันที่ 23 และ 24 มิถุนายน 2559 มีผู้ถูกจับจากการทำกิจกรรมทางการเมืองถึง 20 คน เมื่อไปแจกใบปลิวรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ และทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ทางการเมืองทำให้ระยะที่ผ่านมา การทำกิจกรรมรณรงค์โหวตโน ถูกบีบแคบลงเป็น ‘รณรงค์ไม่ผิด’ กระทั่งนำมาสู่การจับกุมผู้สื่อข่าวที่มาทำข่าวพร้อมนักกิจกรรม จากเหตุการณ์นี้จะนำไปสู่จุดที่ว่า แม้กระทั่งการลงพื้นที่ทำข่าวเกี่ยวกับคนไปสนับสนุนรณรงค์โหวตโน ก็เป็นความผิดตามมาตรา 61 วรรคสอง พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติหรือไม่?

อ่านรายละเอียดคดีจากการณรงค์ที่บางพลีที่http://freedom.ilaw.or.th/case/718 และที่http://freedom.ilaw.or.th/case/719 สำหรับกรณีที่อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ บางเขน
ขอบคุณภาพจาก หนุ่ย อภิสิทธิ์

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.