
เปิดคำวินิจฉัยกลาง ศาลรัฐธรรมนูญ ทำไม? ม.61 วรรค 2 ไม่ขัดรธน.
http://www.matichon.co.th/news/200114
http://www.matichon.co.th/news/200114
เป็นคำวินิจฉัยที่อุจาดมาก
อยู่ๆ เผือกอธิบายว่า การออกเสียงประชามติมี 2 ลักษณะคือ การออกเสียงประชามติเพื่อแก้ไขเปลี่ยนแปลงบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ (constitution – changing) และการออกเสียงประชามติเพื่อวางกรอบรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ (constitution – framing)
การออกเสียงประชามติเพื่อแก้ไขเปลี่ยนแปลงบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เป็นส่วนหนึ่งของระบบการเมืองแบบตัวแทน การรณรงค์ทางการเมืองในช่วงก่อนการออกเสียงประชามติถือเป็นขั้นตอนสำคัญ องค์กรของรัฐทำหน้าที่เป็นตัวกลาง จัดกิจกรรมให้การแข่งขันระดมเสียงสนับสนุนของทุกฝ่ายดำเนินไปอย่างเท่าเทียมกัน ในการนำเสนอข้อมูล ความคิดเห็น และเหตุผลข้อโต้แย้ง ต่อสาธารณชนอย่างกว้างขวาง เพื่อให้ประชาชนซึ่งเป็นผู้มีสิทธิออกเสียงตัดสินใจสนับสนุนทางเลือกของฝ่ายตน
ส่วนการออกเสียงประชามติเพื่อวางกรอบรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ เป็นกลไกในกระบวนการสถาปนารัฐธรรมนูญใหม่ ปรากฏในกรณีที่ประเทศประสบวิกฤตการณ์ทางการเมือง จนส่งผลให้ระบบการเมืองล้มเหลวและประเทศตกอยู่ภายใต้การควบคุมอำนาจการปกครองอย่างเป็นทางการโดยรัฐบาลเฉพาะกาล ซึ่งการออกเสียงประชามติในลักษณะนี้จัดขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวหรือกฎหมายที่เทียบเท่า เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แทนรัฐธรรมนูญฉบับเดิมที่สิ้นสภาพบังคับไป องค์กรของรัฐมีบทบาทในการกำกับควบคุมการจัดการออกเสียงประชามติตั้งแต่การกำหนดสาระสำคัญของประเด็นคำถาม การรณรงค์เผยแพร่ข้อมูล รวมถึงการกำหนดกติกา
.......................................
.......................................
พูดง่ายๆ คือศาล รธน.บอกว่า ประชามติมี 2 แบบ ประชามติในระบอบประชาธิปไตย กับประชามติในระบอบเผด็จการ ประชามติแบบแรกเป็นส่วนหนึงของประชาธิปไตยจึงเปิดกว้างให้โต้แย้งได้ ประชามติแบบหลังที่ทำกันอยู่นี้ เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสถาปนารัฐธรรมนูญใหม่โดยอำนาจรัฐประหาร จึงเป็นประชามติที่ต้องกำกับควบคุม
แสดงความคิดเห็น