สมสกุล ทองสุกใส หรือ เคิร์ก
.
เคิร์กบอกด้วยว่า ตั้งแต่เข้าเรือนจำมาครอบครัวยังไม่มาเยี่ยมผมเลย เพราะแม่เคยห้ามไม่ให้ทำกิจกรรมทางการเมือง และแม่เคยบอกไว้ว่าหากติดคุกเรื่องการเมืองแม่จะไม่มาเยี่ยม

“ผมก็รู้สึกน้อยใจนะครับที่พ่อกับแม่ไม่มาเยี่ยมผมเลย แต่ไม่เป็นไรผมอยากบอกแม่ว่าผมรักแม่ ผมบอกกับตัวเองเสมอว่าต้องเข้มแข็ง ผมจะอ่อนแอไม่ได้เพราะสิ่งที่ผมตั้งใจทำมันใหญ่กว่าเยอะ ผมอยากเห็นความเปลี่ยนแปลง ผมอยากเห็นประเทศเราเป็นประชาธิปไตย ผมอยากเห็นทุกคนมีความเท่าเทียมกัน ผมจึงขอยืนหยัดต่อสู้และจะไม่ประกันตัวครับ” เคิร์กกล่าว แม้น้ำเสียงเศร้าแต่ก็ยังมีพลังแฝง

“ผมกลัวการถูกจองจำครับ แต่ผมจะอ่อนแอไม่ได้เพราะสิ่งที่ผมทำอยู่มันคือการยืนหยัดต่อสู้”

สมสกุล ทองสุกใส หรือ เคิร์ก หนึ่งในเจ็ดผู้ถูกจองจำหลังไปแจกใบปลิวรณรงค์ให้คนลงประชามติ ที่ชุมชนเคหะบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เคิร์กเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดในเจ็ดคน คือ 20 ปี ก่อนถูกจับกำลังเรียนระดับปริญญาตรี อยู่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิยาลัยรามคำแหง

เคิร์กเป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัว เขาเด็กหนุ่มท่าทางกระตือรือร้น ยิ้มแย้มแจ่มใส แววตาสดใสเปี่ยมด้วยความหวัง เหมือนเขามีพลังอยู่ข้างในที่อยากปะทุออกมาตลอดเวลา

เคิร์ก สนใจทำกิจกรรมเกี่ยวกับการแก้ปัญหาสังคม และการเมืองการปกครอง เขาเป็นสมาชิกในชมรมศึกษาปัญหาแหล่งเสื่อมโทรม ซึ่งเป็นกลุ่มกิจกรรมมหาวิทยาลัยรามคำแหงที่เข้าไปทำงานกับพี่น้องในชุมชนแออัดหลายแห่ง อีกทั้งยังเป็นสมาชิกกลุ่มเสียงจากคนหนุ่มสาว ที่เกิดจากการร่วมตัวกันของเพื่อนๆ พี่ๆ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ในการจัดเสวนาเรื่องประชาธิปไตย

เคิร์กเล่าว่า วันที่ 23 มิถุนายน 2559 เขาและเพื่อนในนามกลุ่มกระบวนการประชาธิปไตยใหม่ นัดหมายรวมกลุ่มกันเพื่อไปรณรงค์ให้ประชาชนไปลงประชามติ และนำรายละเอียดของร่างรัฐธรรมนูญ ไปแจกเพื่อประกอบการตัดสินใจของประชาชน เพราะอยากให้ประชาชนมีข้อมูลเพียงพอในการตัดสินใจไม่ว่าจะตัดสินใจรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญก็ตาม

“ผมมองว่าการทำกิจกรรมของผมและเพื่อนๆในวันดังกล่าวไม่ผิดครับ เราช่วยรณรงค์ให้ประชาชนมีความตื่นตัวออกที่จะออกไปใช้สิทธิลงประชามติด้วยซ้ำ แต่ผมและเพื่อนๆกลับถูกจับ ถูกยัดเยียดข้อกล่าวหา และถูกจำคุกแบบนี้ มันเป็นสิ่งที่อยุติธรรมมากครับ” เคิร์กกล่าว
เคิร์กบอกด้วยว่า ตั้งแต่เข้าเรือนจำมาครอบครัวยังไม่มาเยี่ยมผมเลย เพราะแม่เคยห้ามไม่ให้ทำกิจกรรมทางการเมือง และแม่เคยบอกไว้ว่าหากติดคุกเรื่องการเมืองแม่จะไม่มาเยี่ยม

“ผมก็รู้สึกน้อยใจนะครับที่พ่อกับแม่ไม่มาเยี่ยมผมเลย แต่ไม่เป็นไรผมอยากบอกแม่ว่าผมรักแม่ ผมบอกกับตัวเองเสมอว่าต้องเข้มแข็ง ผมจะอ่อนแอไม่ได้เพราะสิ่งที่ผมตั้งใจทำมันใหญ่กว่าเยอะ ผมอยากเห็นความเปลี่ยนแปลง ผมอยากเห็นประเทศเราเป็นประชาธิปไตย ผมอยากเห็นทุกคนมีความเท่าเทียมกัน ผมจึงขอยืนหยัดต่อสู้และจะไม่ประกันตัวครับ” เคิร์กกล่าว แม้น้ำเสียงเศร้าแต่ก็ยังมีพลังแฝง

สำหรับเคริ์ก สิ่งที่เป็นห่วงมากที่สุดตอนนี้ คือ เรื่องการลงทะเบียนเรียน เพราะจะต้องลงทะเบียนใหม่ในวันที่ 8 กรกฎาคม หากไม่ได้ปล่อยตัวก่อนช่วงเวลานั้น ก็คงไม่สามารถลงทะเบียนเรียนในภาคเรียนนี้ได้ และคงต้องหยุดเรียน
.
จากเพจ http://freedom.ilaw.or.th/


แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.