
ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดฆ่าตัวตายในเมืองหลวงอิรักพุ่งแตะ 250 คนแล้ว
รัฐบาลอิรัก เปิดเผยว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดฆ่าตัวตายย่านใจกลางกรุงแบกแดด เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (3 ก.ค.) พุ่งแตะ 250 คนแล้ว จากเดิมที่ประเมินไว้ 165 คน ถือเป็นเหตุระเบิดครั้งใหญ่ที่สุดในอิรักนับแต่เกิดสงครามที่สหรัฐฯและชาติพันธมิตรยกทัพบุกอิรักในปี 2546
กลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลาม (ไอเอส) ระบุว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีครั้งนี้ ซึ่งคนร้ายจุดชนวนระเบิดที่ขนมาเต็มรถบรรทุกบริเวณย่านการค้าในเขตคาร์ราดา ระหว่างที่ผู้คนต่างออกไปจับจ่ายช่วงสิ้นสุดการถือศีลอดในเดือนรอมฎอน
แรงระเบิดสร้างความเสียหายอย่างหนักบริเวณจุดเกิดเหตุ กระทรวงสาธารณสุขอิรักแถลงว่า เหตุระเบิดทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายราย แต่ส่วนใหญ่มีอาการดีขึ้นจนแพทย์อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ขณะที่ผู้มีอาการสาหัสถูกส่งตัวไปรักษาในต่างประเทศ
อิรักกำลังอยู่ในช่วงการไว้อาลัยทั่วประเทศให้แก่ผู้เสียชีวิตในเหตุโจมตีครั้งนี้ โดยประชาชนต่างร่วมกันจุดเทียนและสวดภาวนาให้เกิดสันติภาพในประเทศ ผู้สื่อข่าวบอกว่า เหตุระเบิดครั้งนี้ถือเป็นเหตุนองเลือดที่สุดนับแต่เกิดสงครามอิรักและอดีตผู้นำเผด็จการ ซัดดัม ฮุสเซน ถูกโค่นอำนาจเมื่อ 13 ปีก่อน ขณะที่บางคนหวังว่าเหตุการณ์ในประเทศจะเริ่มสงบลงหลังจากกองทัพอิรักประสบความสำเร็จในการชิงเมืองฟัลลูจาห์คืนจากไอเอส แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น บรรดานักวิเคราะห์ระบุว่าไอเอสหันมาเปลี่ยนเทคนิคการโจมตีหนักหน่วงขึ้น หลังจากสูญเสียพื้นที่ยึดครองหลายจุดให้ฝ่ายรัฐบาล ขณะที่รัฐบาลอิรักเองก็ถูกวิจารณ์อย่างหนักถึงการดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ไร้ประสิทธิภาพ
แสดงความคิดเห็น