ตำรวจสหรัฐฯ เจรจากับผู้ขู่วางระเบิดทั่วเมือง หลังเกิดเหตุมือปืนยิงตำรวจเสียชีวิต 4 นายระหว่างการประท้วงในเมืองดัลลัส สืบเนื่องจากกรณีตำรวจสังหารชายผิวสี 2 รายในเมืองอื่น
เพิ่มเติมข้อมูลเมื่อเวลา 13:09 น.

เกิดเหตุรุนแรงที่เมืองดัลลัส รัฐเท็กซัสของสหรัฐฯ และมีตำรวจถูกยิงเสียชีวิต 4 นายจากการซุ่มยิงของมือปืนจากระยะไกล รวมถึงผู้บาดเจ็บอีก 11 ราย ช่วงค่ำวันที่ 7 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ หรือเช้าวันที่ 8 ก.ค.ตามเวลาไทย และผู้ก่อเหตุอีกรายหนึ่งขู่วางระเบิด พร้อมระบุว่าจุดจบใกล้จะมาถึง และตำรวจกำลังเจรจาต่อรอง ขณะที่ผู้ต้องสงสัยอีก 3 รายถูกควบคุมตัวไว้ได้

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในระหว่างการชุมนุมประท้วงกรณีตำรวจยิงชายผิวสีเสียชีวิต 2 รายในสองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้าเมื่อวันที่ 5-6 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่เมืองเบตันรูจ รัฐหลุยส์เซียนา และเมืองเซนต์พอล รัฐมินนิโซตา

การชุมนุมประท้วงกรณีตำรวจยิงชายผิวสีเกิดขึ้นในหลายเมืองทั่วสหรัฐฯ ทั้งที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. นครนิวยอร์ก เมืองชิคาโก เมืองเบตันรูจ เมืองเซนต์พอล และเมืองดัลลัส ซึ่งเกิดเหตุการณ์รุนแรงรอบใหม่ โดยนายเดวิด บราวน์ หัวหน้าตำรวจเมืองดัลลัส เผยว่าผู้ต้องสงสัย 3 รายถูกตำรวจควบคุมตัว โดยรายหนึ่งถูกจับกุม แต่อีกรายหนึ่งเข้ามอบตัว ส่วนผู้ต้องสงสัยรายที่ 3 เป็นผู้หญิง ถูกจับกุมใกล้ที่จอดรถในเมืองดัลลัส ซึ่งตำรวจกำลังเจรจากับผู้ก่อเหตุรายที่ 4 ที่ยังไม่ถูกจับกุม

ขณะที่นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่ากรณีตำรวจยิงพลเรือนไม่ใช่แค่เรื่องของชาวอเมริกันผิวสีหรือผู้มีเชื้อสายฮิสปานิก แต่เป็นเรื่องที่ชาวอเมริกันทุกคนต้องตระหนัก และหน่วยงานตำรวจต้องทบทวนด้วยว่าภายในองค์กรมีอคติเรื่องเชื้อชาติหรือไม่ เพราะชาวอเมริกันจำนวนมากรู้สึกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลายครั้งเกี่ยวข้องกับเรื่องผิวสี ซึ่งเป็นเรื่องที่เจ็บปวด

ทั้งนี้ นายอัลตัน สเตอร์ลิง ชาวอเมริกันผิวสี วัย 37 ปี ถูกตำรวจ 2 นายควบคุมตัวและยิงหลายนัดจนเสียชีวิตหน้าร้านค้าในเมืองเบตันรูจ รัฐหลุยส์เซียนา ช่วงเช้าวันที่ 5 ก.ค. ส่วนนายฟิลลานโด้ คาสติลล์ วัย 32 ปี ถูกตำรวจยิงเสียชีวิตที่เมืองเซนต์พอล รัฐมินนิโซต้า เมื่อวันที่ 6 ก.ค. และคนรักของนายคาสติลล์ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอหลังเกิดเหตุ โดยระบุว่าตำรวจเรียกให้นายคาสติลล์หยุดรถเพราะไฟท้ายเสีย และเขากำลังจะหยิบใบขับขี่ แต่กลับถูกตำรวจยิงหลายนัดจนเสียชีวิต ซึ่งทั้งสองกรณีทำให้ชาวอเมริกันจำนวนมากไม่พอใจ และออกมาชุมนุมประท้วงเรียกร้องความเป็นธรรมในหลายเมือง

ด้านนายมาร์ค เดย์ตัน ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา ยอมรับว่ากรณีตำรวจยิงนายคาสติลล์อาจเป็นเพราะเขาเป็นชายผิวสี ขณะที่ครอบครัวนายคาสติลล์และผู้ชุมนุมจำนวนมากปักหลักหน้าที่พักของนายเดย์ตันเพื่อเรียกร้องให้มีการไต่สวนข้อเท็จจริงและลงโทษผู้กระทำผิด โดยผู้ร่วมชุมนุมเป็นกลุ่มคนหลากหลายเชื้อชาติ และนักร้องหญิงชื่อดังชาวอเมริกันผิวสี “บียอนเซ่” เผยแพร่ข้อความผ่านทวิตเตอร์ เรียกร้องให้ชาวอเมริกันแสดงจุดยืน เพื่อยุติการเข่นฆ่ากัน

ตลอดปี 2558 ที่ผ่านมา ตำรวจทั่วสหรัฐฯ สังหารพลเรือนอเมริกันไปทั้งหมด 1,152 ราย โดยร้อยละ 30 ของผู้ตกเป็นเหยื่อเป็นคนผิวสี แต่รายงานข่าวไม่ได้ระบุว่าผู้เสียชีวิตถูกตั้งข้อหาใดหรือไม่ ส่วนร้อยละ 97 ของคดีไม่มีการตั้งข้อหาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้อง




แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.