
ศาลปกครองไม่รับร้องพนักงานไทยพีบีเอส กรณีขอให้ไต่สวนกระบวนการสรรหาผู้อำนวยการสถานี
นายโกวิท โพธิสาร เปิดเผยว่าได้รับทราบคำสั่งของศาลปกครองแล้วว่า ศาลยกคำร้องกรณีที่เขาและพนักงานสถานีไทยพีบีเอสร้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนกระบวนการสรรหาและคำสั้งแต่งตั้งนายกฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ เป็นผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) โดยศาลระบุว่าผู้ร้องไม่ใช่ผู้เสียหาย
ก่อนหน้านี้ พนักงานไทยพีบีเอสจำนรนหนึ่งเข้ายื่นคำฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้พิจารณาไต่สวนกระบวนการสรรหาผู้เข้าดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ ส.ส.ท. มิชอบด้วยกฎหมาย โดยฟ้องประธานคณะกรรมการนโยบาย ส.ส.ท. นายณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ, กรรมการนโยบายฯ 8 คน และคณะกรรมการสรรหาผู้อำนวยการฯ อีก 6 คน
นายโกวิท โพธิสาร เปิดเผยว่าได้รับทราบคำสั่งของศาลปกครองแล้วว่า ศาลยกคำร้องกรณีที่เขาและพนักงานสถานีไทยพีบีเอสร้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนกระบวนการสรรหาและคำสั้งแต่งตั้งนายกฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ เป็นผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) โดยศาลระบุว่าผู้ร้องไม่ใช่ผู้เสียหาย
ก่อนหน้านี้ พนักงานไทยพีบีเอสจำนรนหนึ่งเข้ายื่นคำฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้พิจารณาไต่สวนกระบวนการสรรหาผู้เข้าดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ ส.ส.ท. มิชอบด้วยกฎหมาย โดยฟ้องประธานคณะกรรมการนโยบาย ส.ส.ท. นายณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ, กรรมการนโยบายฯ 8 คน และคณะกรรมการสรรหาผู้อำนวยการฯ อีก 6 คน
ทั้งนี้พนักงานไทยพีบีเอสที่ร้องศาลปกครองเห็นว่า นายกฤษดาผู้ได้รับคัดเลือกมีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่กำหนดไว้ใน มาตรา 32(3) ของ พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 ที่ระบุว่าจะต้อง “มีความรู้ความเข้าใจและมีความเชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์ในกิจการวิทยุกระจายเสียงกิจการวิทยุโทรทัศน์ หรือการสื่อสารมวลชน” อีกทั้งมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขในข้อบังคับองค์การฯ พ.ศ. 2555 จากผู้ที่เคยมีประสบการณ์ ในการทำงานด้านสื่อสารมวลชนไม่ต่ำกว่า 10 ปี และงานด้านบริหารจนเป็นที่ประจักษ์ในผลงาน มาเป็น “ผู้มีความรู้ความสามารถและความเข้าใจ” ในการทำสื่อสาธารณะ ก่อนที่ นายกฤษดา จะสมัครรับการคัดเลือกในตำแหน่งดังกล่าวไม่นาน ถือว่าสอดคล้องกันอย่างน่าตั้งข้อสังเกต ซึ่งจุดนี้จำเป็นต้องได้รับการอธิบายจากคณะกรรมการนโยบาย และควรที่ศาลปกครองจะได้พิจารณาเพื่อกำหนดเป็นบรรทัดฐานในการคัดเลือกผู้อำนวยการองค์การฯ คนต่อไป
อย่างไรก็ตาม ศาลปกครองได้รับคำร้องไว้ และศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ไม่ปรากฎข้อเท็จจริงว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้เข้ารับการสรรหาเพื่อดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การฯ การกระทำของผู้ถูกฟ้องทั้ง 15 คน ที่ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้นจึงมิได้ทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อน หรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ประกอบกับคำขอของผู้ฟ้องคดีที่ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนกระบวนการสรรหา และคำสั่งแต่งตั้งนายกฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ เป็นผู้อำนวยการองค์การฯ มิได้เป็นการแก้ไขหรือบรรเทาความเดือดร้อนหรือความเสียหาย หรือยุติข้อโต้แย้งในคดีนี้ให้แก่ผู้ฟ้องคดี ตามาตรา 42 วรรค 1 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ดังนั้นผู้ฟ้องคดีจึงไม่มีสิทธิฟ้องคดีนี้ต่อศาลปกครอง ศาลจึงไม่อาจรับคำฟ้องของผู้ฟ้องคดีไว้พิจารณาได้ และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ
นายโกวิท ซึ่งเป็นตัวแทนของพนักงานที่ร่วมกันยื่นคำร้องต่อศาลปกครองบอกกับบีบีซีไทยว่ายอมรับในคำสั่งของศาลปกครอง แต่ก็ยอมรับว่าเขาคาดหวังไว้ว่าคำตัดสินคดีจะสร้างความกระจ่างและกำหนดบรรทัดฐานต่อการสรรหาผู้อำนวยการสถานีในอนาคต อย่างไรก็ตาม เขาบอกว่าพนักงานทั้งหมดที่ออกมาเคลื่อนไหวและยื่นคำร้องต่อศาลปกครองไม่ได้รับแรงกดดันใดๆ จากผู้บริหารและกรรมการนโยบาย และพนักงานยังคงทำหน้าที่กันตามปกติ
แสดงความคิดเห็น