ไปให้ไกลกว่าภาษี-อดีตขุนคลั งกรีซเสนอแนวทางรับมือสังคมหุ่ นยนต์ทำงานแทนมนุษย์
Posted: 01 Mar 2017 06:07 AM PST (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เวบไซท์ประชาไท)
ในยุคที่ผู้คนกังวลว่าเทคโนโลยี หุ่นยนต์จะมาแย่งงานมนุษย์ มหาเศรษฐีอย่างบิลล์ เกตส์ เสนอเรื่องการเก็บภาษีหุ่นยนต์ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้ แต่ ยานิส วารูฟาคิส นักเศรษฐศาสตร์และอดีตรัฐมนตรี คลังกรีซ ได้วิจารณ์อุปสรรคและความขัดแย้ งในการเก็บภาษีดังกล่าว รวมถึงมีข้อเสนออื่นนั่นคือใช้ ระบบ "เงินปันผลพื้นฐานถ้วนหน้า"
1 มี.ค. 2560 ยานิส วารูฟาคิส ศาตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยแห่งเอเธนส์ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการคลังกรีซ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้ อเสนอเรื่อง "ภาษีหุ่นยนต์" ที่บิลล์ เกตส์ มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งไมโครซอฟต์ เสนอไว้เมื่อไม่นานมานี้ โดยระบุว่าข้อเสนอของเกตส์ยังมี ปัญหาอยู่สามประการ
บิลล์ เกตต์ เคยเสนอให้แก้ปัญหาเรื่องที่หุ่ นยนต์มีโอกาสจะแย่งงานมนุษย์ ทำว่าควรให้รัฐบาลเก็บภาษีบริษั ทที่ใช้หุ่นยนต์ โดยบอกว่าอย่างน้อยก็จะเป็ นหนทางที่จะช่วยทำให้การใช้หุ่ นยนต์แพร่หลายออกไปช้าลงรวมถึ งมีการนำเงินภาษีนั้นมาเป็นแหล่ งทุนให้กับการจ้างงานจำพวกอื่น หรือนำมาแก้ไขปัญหาความเหลื่ อมล้ำอย่างการดูแลคนชราหรือให้ การศึกษาเด็ก
วารูฟาคิส ตั้งคำถามต่อแนวคิดนี้โดยเริ่ มยกตัวอย่างจำลองสถานการณ์ว่า ถ้าหากมีเจ้าของฟาร์มที่ชื่อลุ คเคยจ้างงานคนที่ชื่อเคนให้ใช้ เครื่องจักรเก็บเกี่ยวผลผลิต ทำให้เคนได้รับค่าจ้ างจนสภาพความเป็นอยู่ดีขึ้ นและส่วนหนึ่งของค่าจ้ างเขากลายเป็นภาษีเงินได้กับสวั สดิการสังคมที่จะเป็นงบประมาณรั ฐเอาไว้ช่วยเหลือคนอื่นในสั งคมที่โชคไม่ดีเท่าเขา แต่ทว่าลุคก็กำลังจะนำเอาหุ่ นยนต์ที่ชื่อเน็กซัสมาใช้ ทำงานแทนเคนโดยที่เน็กซัสมี ความสามารถในการใช้เครื่องมื อเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ยาวนานกว่า กระทำได้อย่างปลอดภัยกว่า และทำได้ในทุกสภาพอากาศ โดยไม่ต้องหยุดพักหรือลางาน
วารูฟาคิสระบุถึงข้ อเสนอของเกตส์ว่าภาษีหุ่นยนต์ อาจจะนำมาใช้กับ "รายได้ขั้นพื้นฐานถ้วนหน้า" (universal basic income) ซึ่งหมายถึงการให้รายได้พื้ นฐานต่อประชาชนโดยเท่าเทียมกั นและสามารถหางานทำเพิ่มรายได้ ฝ่ายผู้สนับสนุนรายได้ขั้นพื้ นฐานบอกว่าระบบรายได้ขั้นพื้ นฐานเป็นสิ่งที่จะตอบรับกับสั งคมในอนาคตที่มีหุ่นยนต์หรือปั ญญาประดิษฐ์เข้ ามาทำงานแทนคนมากขึ้นได้
แต่วารูฟาคิสก็ชวนมองสถานการณ์ จำลองเรื่องของเคนกับลุคต่อไปว่ าการที่ลุคใช้เน็กซัสแทนเคนจะต่ างจากการจ้างเคนตรงท่เน็กซัสเป็ นหุ่นยนต์ที่จะไม่มีการเจรจาต่ อรองข้อตกลงการจ้างงานกับลุค และเน็กซัสก็จะไม่ได้รับค่าจ้าง การที่จะจำลองภาษีเงินได้ขึ้ นมาแทนเน็กซัสต้องอ้างอิ งจากรายได้ในปีสุดท้ ายของเคนและนำมาจากการหักภาษี เงินได้และเงินสวัสดิการโดยลุ คในแบบที่เทียบเท่ากับของเคนเท่ านั้น
วารูฟาคิสวิจารณ์ต่อไปว่าแนวคิ ดการเก็บภาษีจากหุ่นยนต์ยังมีปั ญหาอยู่อีก 3 ประการคือ หนึ่ง รายได้ของเคนควรจะเปลี่ ยนแปลงไปตามกาลเวลาถ้าหากเขาไม่ ถูกเลิกจ้างไปเสียก่อน แต่การอ้างอิงเงินเดื อนของเคนจะไปเปลี่ยนไปด้วยเว้ นแต่ว่าจะมีการบังคับใช้ภาษีกั บธุรกิจต่างๆ ตามอำเภอใจ เรื่องนี้จะทำให้สำนักงานภาษีกั ยลุคขัดแย้งกันเรื่ องการคำนวนหรือประเมินว่าลูกจ้ างของลุคจะมีเงินเดือนขึ้นลงอย่ างไรถ้าหากเขายังทำงานอยู่
ปัญหาประการที่สองคือ กรณีที่นายจ้างบางส่วนเริ่ มจากการใช้หุ่นยนต์เลยโดยไม่ เคยมีการจ้างงานมนุษย์มาก่ อนทำให้ไม่มีฐานรายได้ของมนุษย์ เอาไว้อ้างอิงและคำนวนภาษีที่หุ่ นยนต์นั้นๆ ต้องจ่าย
และประการที่สามที่จะเป็นปั ญหาคือปรัชญาในการใช้ให้ ความชอบธรรมเพื่อบังคับให้ลุคต้ องจ่ายภาษีสำหรับเน็กซัส แต่กลับไม่ต้องจ่ายภาษีให้กั บเครื่องมือเก็บเกี่ยวผลผลิ ตเพราะทั้งคู่ต่างก็เป็นเครื่ องจักรและเครื่องมือเก็บเกี่ ยวก็นำมาใช้แทนแรงงานคนได้ มากกว่าหุ่นเน็กซัสเสียอีก สิ่งที่ทำให้เราปฏิบัติต่อเครื่ องเก็บผลผลิตกับเน็กซัสต่างกั นคือหุ่นยนต์เน็กซัสมี ความสามารถควบคุมตัวเองได้ มากกว่า แต่ก็การที่ควบคุมตัวเองได้เต็ มที่หมายความว่าหุ่นยนต์นั้นต้ องมีจิตสำนึกในตัวเอง หรือว่าจริงๆ แล้วหุ่นยนต์ยังต้องอาศัยคนสร้ างช่วยกันแน่ ถ้าถึงขนาดว่าหุ่นยนต์สามารถมี จิตสำนึกได้ในระดับภาพยนตร์เรื่ อง Blade Runner มันคงต้องถูกจัดเป็นสิ่งมีชีวิ ตใหม่ที่มีการเคลื่อนไหวด้านสิ ทธิพลเมืองแบบใหม่ไปด้วย ในการมีคุณภาพชีวิตทั้งสวัสดิ การ ค่าแรงขั้นต่ำ สิทธิในการออกเสียง เทียบเท่ากับเคน
ขณะที่แนวคิดการจ่ายภาษีเงินได้ จากหุ่นยนต์จะทำให้เกิดความขั ดแย้งเรื่องการจัดเก็บภาษี และเสี่ยงต่อการโกงภาษีได้ วารูฟาคิสก็ระบุถึงแนวคิดอี กแบบหนึ่งคือการเก็บเงินภาษี แบบเหมาจ่ายทันทีที่ลุคแทนที่ แรงงานเคนด้วยหุ่นยนต์ แต่วิธีการนี้ก็จะนำไปสู่การที่ ผู้ผลิตหุ่นยนต์จับเอาระบบปั ญญาประดิษฐ์ไปใส่ในเครื่องจั กรอื่นแทนเช่นเอาไปใส่ในเครื่ องเก็บผลผลิตแทน ทำให้แยกไม่ออกว่าเครื่องจักรนั้ นๆ จัดเป็นหุ่นยนต์หรือไม่
วารูฟาคิสระบุถึงอีกวิธีหนึ่งคื อการจัดเก็บภาษีการขายในฐานะสิ นค้าประเภททุน (capital goods) แต่การจะขึ้นภาษีสินค้าประเภททุ นทั้งหลายก็จะทำให้เกิดการต่อต้ านด้วยเหตุผลเรื่องการลดกำลั งการผลิตภายในประเทศและลดการแข่ งขัน วารูฟาคิสมองว่าหลังจากการผุดขึ้ นของทุนนิยมแบบอุตสาหกรรมเราก็ แยกไม่ออกระหว่างทรัพย์สินกับทุ นทำให้แยกไม่ออกระหว่างความมั่ งคั่ง การเช่าทรัพย์ และกำไร ไปด้วย ทำให้การออกแบบจัดเก็บภาษี ตามความมั่งคั่งเป็นไปได้ยาก การทำให้เครื่องจักรปัญญาประดิ ษฐ์กับหุ่นยนต์แยกจากกันไม่ ออกก็จะกลายเป็นปัญหาแบบเดียวกั นสำหรับภาษีหุ่นยนต์ด้วย
ข้อเสนอของวารูฟาคิส
วิธีแก้ไขปัญหาเรื่องหุ่นยนต์ วารูฟาคิสนำเสนอว่ามีอีกทางเลื อกหนึ่งคือการใช้ระบบ "เงินปันผลพื้นฐานถ้วนหน้า" (universal basic dividend หรือ UBD) ซึ่งเก็บจากผลตอบแทนที่มาจากทุ นทั้งหมด ลองนึกถึงว่าถ้ามีการกำหนดสัดส่ วนชัดเจนของกรรมสิทธิหุ้นส่ วนใหม่อย่างหุ้นที่ถู กเสนอขายให้กับประชาชนทั่ วไปในครั้งแรกก่อนซื้ อขายในตลาดหลักทรัพย์หรือไอพีโอ (IPOs) ให้ส่วนหนึ่งกลายเป็นกองทุนทรั สต์สาธารณกุศล (public trust) ที่สร้างรายได้ให้กับระบบเงินปั นผลถ้วนหน้า เปรียบเทียบแล้วคือคนในสั งคมจะกลายเป็นผู้ถือหุ้นในทุกๆ บรรษัทและมีการปันผลไปสู่ ประชาชนทุกคนอย่างเสมอภาค
"พูดง่ายๆ คือลืมเรื่องเก็บภาษีเน็กซัสหรื อลุคไปเสีย แล้วหันมาเก็บส่วนหนึ่ งของกรรมสิทธิหุ้นส่วนฟาร์ มของลุคเข้าสู่กองทุนทรัสต์ สาธารณกุศล แล้วทำให้เป็นเงินปันผลแก่ทุ กคนแบบถ้วนหน้า ... ส่วนภาษีของพวกเราก็จะกลายเป็ นสวัสดิการคนตกงานให้เคน ไปเป็นการสร้างงานที่มีรายได้ แน่นอนในชุมชน หรือไปสู่การฝึกทักษะหรือฝึ กอบรมงานใหม่ให้กับเคน" วารูฟาคิสระบุในบทความ
วารูฟาคิสระบุว่าแนวคิ ดของเขาเป็นแนวคิดที่สอดรับกั บการที่ระบบอัตโนมัติอย่างหุ่ นยนต์จะช่วยเพิ่มผลผลิตและเพิ่ มผลกำไรให้บรรษัทโดยที่สังคมทั้ งหมดจะได้รับผลตอบแทนไปด้ วยตามระดับกำไรโดยไม่ต้องอาศั ยระบบภาษีและไม่กระทบระบบรัฐสวั สดิการแบบเดิม โดยระบบ UBD เองควรทำให้มีงบประมาณเข้าไปสู่ รัฐสวัสดิการเพิ่มมากขึ้นด้วย เมื่อดำเนินการเรื่องนี้ควบคู่ ไปกับสิทธิแรงงานที่เข้มแข็งขึ้ นและค่าแรงที่เพียงพอต่ อการดำรงชีพแล้ว แนวคิดเรื่องการได้รั บผลตอบแทนความมั่งคั่งไปด้วยกั นก็จะเป็นแนวคิดเชิงทรัพย์สิ นแบบใหม่ของสังคม
ขณะที่วารูฟาคิสมองว่าการปฏิวั ติอุตสาหกรรมสองครั้งแรกก่อนหน้ านี้ถูกกลุ่มผู้ประกอบการเจ้ าเล่ห์จำนวนหนึ่งฉวยอ้างสิทธิ ในการครอบครองสิ่งที่เครื่องจั กรผลิต แต่การปฏิวัติเทคโนโลยีในปัจจุ บันมีการผลิตทุนผ่านการขั ดเกลาทางสังคมมากขึ้นทำให้สิทธิ ในทรัพย์สินควรเป็นเครื่องมื อตอบสนองรายได้ต่อสังคมมากขึ้น โดยที่วารูฟาคิสย้ำเตือนว่าต้ องไม่ลืมออกกฎหมายที่จะพัฒนาค่ าแรงและสภาพการทำงานของมนุษย์ที่ ยังคงเป็นแรงงานมากขึ้นไปด้วย
เรียบเรียงจาก
แสดงความคิดเห็น