ชี้เหตุสหราชอาณาจักรออกจากอียู ฉุดเศรษฐกิจตกต่ำที่สุดในรอบ 7 ปี

ผลสำรวจล่าสุดชี้ว่า การที่สหราชอาณาจักรลงประชามติแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ทำให้สหราชอาณาจักรต้องเผชิญภาวะเศรษฐกิจตกต่ำที่สุด นับตั้งแต่เกิดวิกฤติการเงินโลกในปี 2552
ข้อมูลจากบริษัท IHS Markit ชี้ว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ซึ่งแสดงถึงปริมาณการสั่งซื้อวัตถุดิบเพื่อเตรียมการผลิตล่วงหน้าของกิจการต่าง ๆ ประจำเดือน ก.ค. ของสหราชอาณาจักร อยู่ที่ระดับ 47.7 นับเป็นระดับต่ำสุดนับแต่เดือน เม.ย. 2552 และยังต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงการหดตัวทางเศรษฐกิจ
ผลสำรวจบริษัทกว่า 650 แห่ง พบว่าคำสั่งซื้อจากภาคการผลิตและภาคบริการต่างปรับตัวลดลง สวนทางกับภาคการส่งออกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากผลที่เงินปอนด์อ่อนค่าลง

คริส วิลเลียมสัน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ IHS Markit ระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งนี้ เป็นผลจากการที่สหราชอาณาจักรตัดสินใจออกจากอียู ซึ่งข้อมูลที่ได้บ่งชี้ว่า ภาวะเศรษฐกิจขาลงจะดำเนินต่อไปในระยะสั้น ๆ แต่หากภาวะซบเซายังไม่กระเตื้องขึ้นหลังจากนั้น ก็อาจทำให้เศรษฐกิจหดตัวถึง 0.4% ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ได้

วิลเลียมสัน บอกด้วยว่า สหราชอาณาจักรเคยเผชิญภาวะเศรษฐกิจตกต่ำเช่นนี้มาแล้ว ในช่วงวิกฤติการเงินโลกในปี 2551-2552 และช่วงวิกฤติต้มยำกุ้งในปี 2541 แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปก็คือ ปัญหาปัจจุบันเกิดขึ้นภายในประเทศ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหราชอาณาจักรรุนแรงกว่าครั้งใด ๆ

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.