
“ประวิตร” ชี้รัฐตั้งศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อยประชามติ ไม่เหมือนศูนย์ปราบโกงฯของ นปช.
จากการที่รัฐบาลประกาศจัดตั้งศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อยในการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทั่วประเทศ เพื่อดูแลการออกเสียงประชามติให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย บริสุทธิ์ยุติธรรม รวมทั้งยับยั้งเหตุไม่สงบที่อาจเกิดขึ้น โดยจะเริ่มดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. เป็นต้นไปนั้น
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่าศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อยประชามติไม่เหมือนศูนย์ปราบโกงที่กลุ่ม นปช.จัดตั้งขึ้น เพราะศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อยประชามติของรัฐบาล เป็นการทำงานร่วมกันของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย โดยมีภารกิจหลักทั้งด้านการข่าวติดตามสถานการณ์ หากพบการบิดเบือนเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ก็จะดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อให้การออกเสียงประชามติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
จากการที่รัฐบาลประกาศจัดตั้งศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อยในการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทั่วประเทศ เพื่อดูแลการออกเสียงประชามติให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย บริสุทธิ์ยุติธรรม รวมทั้งยับยั้งเหตุไม่สงบที่อาจเกิดขึ้น โดยจะเริ่มดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. เป็นต้นไปนั้น
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่าศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อยประชามติไม่เหมือนศูนย์ปราบโกงที่กลุ่ม นปช.จัดตั้งขึ้น เพราะศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อยประชามติของรัฐบาล เป็นการทำงานร่วมกันของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย โดยมีภารกิจหลักทั้งด้านการข่าวติดตามสถานการณ์ หากพบการบิดเบือนเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ก็จะดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อให้การออกเสียงประชามติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
อย่างไรก็ตาม นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวแสดงความเห็นว่า กรณีการจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลและ คสช.อยากให้รัฐธรรมนูญผ่านมากแค่ไหน การที่รัฐบาล และ คสช.เอาตัวเองไปผูกกับผลประชามติขนาดนี้ ถ้าผลออกมาประชาชนโหวตสวนทางกับท่าน ท่านจะรับผิดชอบอย่างไร ยุทธศาสตร์ที่กำลังทำอยู่นี้จึงผิด เพราะเมื่อเดินเข้ามาวุ่นวาย มาแทรกแซง แล้วจะเดินจากไปแบบไม่รับผิดชอบอะไรเลยไม่ได้ ชาวบ้านจะโห่เอา นี่จึงอาจเป็นสิ่งชี้ชัดว่า ที่ท่านห้ามภาคประชาชนทำศูนย์ปราบโกง เพราะรัฐบาล และ คสช.จะเก็บไว้เป็นเครื่องมือในการทำให้ประชามติผ่านเองหรือไม่ โดยศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อยนี้ จะยิ่งสร้างบรรยากาศหวาดกลัว บรรยากาศแห่งการสุ่มเสี่ยงที่ประชาชนจะถูกคุกคามมากขึ้น
ทั้งนี้ ศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อยในการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญจะมีทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอ โดยในระดับจังหวัดจะมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็น ผอ. ศูนย์ฯ ส่วนระดับอำเภอมีนายอำเภอเป็น ผอ.ศูนย์ฯ และมีหัวหน้าส่วนราชการเป็นกรรมการ ทำหน้าที่ 3 ภารกิจหลัก คือ ด้านการบริหารจัดการ เช่น จัดทำแผนเผชิญเหตุ ติดตามสถานการณ์ ตั้งจุดตรวจจุดสกัด ฯลฯ ด้านการข่าว เสาะหาข่าวที่บิดเบือนเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ การกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ประชามติ หรือเหตุการณ์ความไม่สงบเรียบร้อย และด้านการแก้ไขปัญหาการชุมนุมสาธารณะ โดยดำเนินการตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558
(ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ)
ทั้งนี้ ศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อยในการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญจะมีทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอ โดยในระดับจังหวัดจะมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็น ผอ. ศูนย์ฯ ส่วนระดับอำเภอมีนายอำเภอเป็น ผอ.ศูนย์ฯ และมีหัวหน้าส่วนราชการเป็นกรรมการ ทำหน้าที่ 3 ภารกิจหลัก คือ ด้านการบริหารจัดการ เช่น จัดทำแผนเผชิญเหตุ ติดตามสถานการณ์ ตั้งจุดตรวจจุดสกัด ฯลฯ ด้านการข่าว เสาะหาข่าวที่บิดเบือนเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ การกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ประชามติ หรือเหตุการณ์ความไม่สงบเรียบร้อย และด้านการแก้ไขปัญหาการชุมนุมสาธารณะ โดยดำเนินการตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558
(ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ)
แสดงความคิดเห็น