
“เอลี วีเซล” เจ้าของรางวัลโนเบลผู้รอดชีวิตจากค่ายเอาชวิทซ์ เสียชีวิตในวัย 87 ปี
เอลี วีเซล ผู้รอดชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวของนาซี และเป็นบุคคลสำคัญที่อุทิศตนในการต่อสู้กับปัญหาความรุนแรงและการเหยียดเชื้อชาติ จนได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เสียชีวิตลงแล้วขณะมีอายุได้ 87 ปี
องค์กรเพื่อการรำลึกถึงเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว ได้ประกาศข่าวการจากไปของวีเซลเมื่อวานนี้ (2 ก.ค.) โดยระบุว่าเขาเสียชีวิตในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นประเทศที่เขาอาศัยและได้เป็นพลเมืองมาตั้งแต่ช่วงคริสต์ทศวรรษ 1960
เอลี วีเซล ผู้รอดชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวของนาซี และเป็นบุคคลสำคัญที่อุทิศตนในการต่อสู้กับปัญหาความรุนแรงและการเหยียดเชื้อชาติ จนได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เสียชีวิตลงแล้วขณะมีอายุได้ 87 ปี
องค์กรเพื่อการรำลึกถึงเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว ได้ประกาศข่าวการจากไปของวีเซลเมื่อวานนี้ (2 ก.ค.) โดยระบุว่าเขาเสียชีวิตในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นประเทศที่เขาอาศัยและได้เป็นพลเมืองมาตั้งแต่ช่วงคริสต์ทศวรรษ 1960
วีเซล เป็นชาวยิวที่เกิดในโรมาเนียเมื่อปี ค.ศ. 1928 ตอนอายุได้ 15 ปี เขาและครอบครัวถูกกองทัพนาซีเยอรมนีกวาดต้อนไปยังค่ายกักกันเอาชวิทซ์ ซึ่งทั้งพ่อ แม่ และน้องสาวของเขาเสียชีวิตระหว่างที่ถูกคุมขังอยู่ในค่ายกักกัน มีเพียงเขาและพี่น้องอีก 2 คนที่รอดชีวิตมาได้ หลังจากสงครามสงบลง วีเซล ถูกส่งไปอาศัยอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าในฝรั่งเศส และในเวลาต่อมาได้ทำงานเป็นนักหนังสือพิมพ์
วีเซล นำความทรงจำอันเจ็บปวดในค่ายเอาชวิทซ์มาถ่ายทอดไว้ในหนังสือเรื่อง “Night” หรือ “คืนดับ” จนทำให้เขากลายเป็นนักเขียนชื่อดังที่มีผลงานตามมาอีกกว่า 60 เล่ม นอกจากนี้ วีเซล ยังเคลื่อนไหวเพื่อไม่ให้โลกลืมความโหดร้ายที่กองทัพนาซีกระทำต่อชาวยิว โดยในปี 1986 เขาได้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพจากการพูดรณรงค์ต่อต้านปัญหาความรุนแรง การกดขี่ข่มเหง การเหยียดเชื้อชาติและสีผิว ซึ่งตอนที่ขึ้นรับรางวัลเขากล่าวว่า “ไม่ว่าเมื่อใดและหนไหนที่มวลมนุษย์ต้องทนทุกข์และถูกเหยียดหยาม จงเลือกข้าง การวางเฉยเป็นกลางช่วยผู้กดขี่ แต่ไม่เคยช่วยเหยื่อ การนิ่งเงียบทำให้ผู้สร้างความทุกข์ทรมานได้ใจ ไม่ใช่ผู้ที่ถูกทรมาน”
ด้านประธานาธิบดีบารัค โอบามา กล่าวว่า วีเซล เป็นหนึ่งในเสียงแห่งคุณธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคสมัยนี้ ส่วนประธานสภาชาวยิวโลกยกย่อง วีเซล ว่าเป็นเสมือน “แสงนำทาง” อีกทั้งยังเป็นครูและนักคิดชาวยิวผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 100 ปีที่ผ่านมา
วีเซล นำความทรงจำอันเจ็บปวดในค่ายเอาชวิทซ์มาถ่ายทอดไว้ในหนังสือเรื่อง “Night” หรือ “คืนดับ” จนทำให้เขากลายเป็นนักเขียนชื่อดังที่มีผลงานตามมาอีกกว่า 60 เล่ม นอกจากนี้ วีเซล ยังเคลื่อนไหวเพื่อไม่ให้โลกลืมความโหดร้ายที่กองทัพนาซีกระทำต่อชาวยิว โดยในปี 1986 เขาได้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพจากการพูดรณรงค์ต่อต้านปัญหาความรุนแรง การกดขี่ข่มเหง การเหยียดเชื้อชาติและสีผิว ซึ่งตอนที่ขึ้นรับรางวัลเขากล่าวว่า “ไม่ว่าเมื่อใดและหนไหนที่มวลมนุษย์ต้องทนทุกข์และถูกเหยียดหยาม จงเลือกข้าง การวางเฉยเป็นกลางช่วยผู้กดขี่ แต่ไม่เคยช่วยเหยื่อ การนิ่งเงียบทำให้ผู้สร้างความทุกข์ทรมานได้ใจ ไม่ใช่ผู้ที่ถูกทรมาน”
ด้านประธานาธิบดีบารัค โอบามา กล่าวว่า วีเซล เป็นหนึ่งในเสียงแห่งคุณธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคสมัยนี้ ส่วนประธานสภาชาวยิวโลกยกย่อง วีเซล ว่าเป็นเสมือน “แสงนำทาง” อีกทั้งยังเป็นครูและนักคิดชาวยิวผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 100 ปีที่ผ่านมา
แสดงความคิดเห็น