ผู้นำอียูเดินหน้าประชุมหารืออนาคตหลังอังกฤษแยกตัว

วันนี้ (29 มิ.ย.) กลุ่มผู้นำประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) และคณะกรรมาธิการอียู เข้าร่วมการประชุมที่กรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียมซึ่งเป็นการประชุมต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 เพื่อหารือแนวทางเตรียมตัวรับมือหลังสหราชอาณาจักรลงประชามติแยกตัวจากอียู โดยถือเป็นการประชุมแรกที่นายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ไม่ได้เข้าร่วมด้วย

คริส มอร์ริส ผู้สื่อข่าวของบีบีซีประจำกรุงบรัสเซลส์ รายงานว่านายคาเมรอนได้เจรจากับผู้นำกลุ่มประเทศสมาชิกอียูบางส่วนเมื่อวานนี้ และยืนยันว่าหลายประเทศยังต้องการรักษาความสัมพันธ์และความร่วมมือใกล้ชิดกับอังกฤษ แต่ขณะเดียวกันก็มีแนวโน้มว่าจะเกิดการปฏิรูปและปรับโครงสร้างต่างๆ ขนานใหญ่ขึ้นภายในอียู เพราะการลงประชามติแยกตัวของอังกฤษส่งผลสะเทือนต่อยุโรปอย่างสุดขั้ว
ขณะที่นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี เรียกร้องประเทศสมาชิกอียูเคารพผลการลงประชามติของอังกฤษ แต่ย้ำว่าจะยังไม่มีการเจรจาทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ เพราะนายคาเมรอนกำลังจะพ้นจากตำแหน่งในเดือน ต.ค. อียูควรรอให้รัฐบาลชุดใหม่ของอังกฤษหารือแผนแยกตัวออกจากอียูให้ชัดเจนเสียก่อนจึงค่อยเริ่มเจรจาแนวทางความร่วมมือระหว่างอังกฤษและอียูในอนาคต ซึ่งนางแมร์เคิลระบุด้วยว่า หากอังกฤษยังต้องการเข้าร่วมในระบบตลาดเดี่ยวของอียู จะต้องไม่มีการดำเนินนโยบายปิดกั้นการโยกย้ายถิ่นฐานอย่างเสรีของประชากร

ด้านนายฌอง-คล็อด ยุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ย้ำว่าหากนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษเป็นผู้สนับสนุนการลงประชามติแยกตัวออกจากอียู จะต้องวางกรอบปฏิบัติในการแยกตัวออกจากอียูตามมาตรา 50 ของสนธิสัญญาลิสบอนในวันแรกที่เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ แต่หากผู้นำคนใหม่เป็นผู้ต่อต้านการแยกตัวจากอียู จะต้องดำเนินการวางกรอบปฏิบัติให้แล้วเสร็จภายในเวลา 2 สัปดาห์


แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.